วันที่ 14 กรกฎาคม เวลา 08.30 น. ที่ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประฐานในการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 7/2569 โดยมี นายวิศนุ ทรัพย์สมพล, นางสาวทวิดา กมลเวชช, นายศานนท์ หวังสร้างบุญ และนายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร และคณะผู้บริหารเข้าร่วมประชุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัชชาติเดินทางมาถึงห้องประชุมเมื่อเวลา 08.40 น. โดยบรรยากาศภายในห้องประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีการประชุมตามระเบียบวาระทั้งสิ้น 3 วาระ
ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมกันยืนสงบนิ่งเพื่อถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
จากนั้นนายชัชชาติ กล่าวว่า เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 30 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 76 ราย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของหน้าที่ของทุกคน เพราะหน้าที่ของกรุงเทพมหานครไม่ใช่เพียงการดูแลเมืองเท่านั้น แต่คือการดูแลชีวิตของประชาชน

“เมื่อคืนลงพื้นที่ไปดูเหตุการณ์ จะเห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อหลายครอบครัว จึงอยากให้ทุกคนตระหนักว่าหน้าที่ของพวกเรามีความสำคัญ และส่งผลต่อชีวิตของผู้คนจำนวนมาก ขอให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง คิดให้รอบคอบในทุกสิ่งที่ทำ” นายชัชชาติ กล่าว
นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า ขอให้ผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนลุกขึ้นยืนเพื่อร่วมไว้อาลัยแก่ผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมตระหนักถึงความสำคัญของหน้าที่ในการดูแลชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน
นายชัชชาติ กล่าวว่า เรื่องสำคัญที่อยากจะเน้นย้ำพวกเรา ทุกครั้งที่ประชุมคือเรื่องความโปร่งใส ทุจริตคอรัปชั่น ช่วงการเลือกตั้ง ก็เป็นประเด็นที่กทม. ถูกหยิบขึ้นมาโจมตีเยอะ
“แต่ต้องเรียนว่าสี่ปีที่ผ่านมาเชื่อว่า เราทำได้ดีขึ้น เห็นได้ว่าขนาดดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธาน องค์การต่อต้านคอร์รัปชั่น ก็ให้คะแนน 8/10 ผมก็ไม่เคยเห็นเขาให้ใครขนาดนี้” นายชัชชาติ กล่าว
นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า อาจมีบางเหตุการณ์ที่เหมือนฝังใจคนว่าเราทำไม่จริงจัง อย่างเช่นเรื่องลู่วิ่ง พอเราตั้งคณะกรรมการสอบวินัยมา ผลที่ได้อาจจะไม่สอดคล้องกับความเห็นของประชาชน เป็นเรื่องเงินที่ทำให้ภาพลักษณ์ของเราเสียหาย

“ต้องเน้นย้ำเรื่องทุจริตคอรัปชั่นเป็นเรื่องอันดับหนึ่ง เราต้องเอาจริงเอาจังฝากผู้บริหารด้วย ถ้าไม่เอาจริงเอาจังเราจะอยู่ไม่ได้ ประเทศชาติก็จะอยู่ไม่ได้ด้วย เราอยู่ได้เพราะความโปร่งใส สำนึกในหนี้บุญคุณของประชาชน เพราะเราอยู่ได้ด้วยภาษีของพี่น้องประชาชน ถ้าเราจะเนรคุณด้วยการทุจริตคอร์รัปชั่น อย่างนี้รับไม่ได้ ผอ.เขตต้องเอาจริง อย่ามาอ้างว่า คุมหัวหน้าฝ่ายโยธาไม่ได้ ถ้าคุมไม่ได้ก็ต้องบอกผม ต้องคุมให้ได้ตั้งแต่หัวยันผู้ปฏิบัติการ” นายชัชชาติ กล่าว
นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า การจัดระเบียบเทศกิจต้องดำเนินการอย่างจริงจัง โดยเฉพาะปัญหาเรียกรับส่วยจากผู้ค้าซึ่งต้องไม่ให้เกิดขึ้น สถานการณ์ดีขึ้นเพราะว่าใช้ระบบเทคโนโลยี QR Code ต่างๆ การต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นต้องใช้เทคโนโลยีเอาจริงเอาจัง
“ด้านส่วยจะให้พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี เป็นผู้ดำเนินการเชิงรุก และมีการร่วมมือกับหน่วยงานนอก เรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นเราต้องเดินหน้าต่อ ผมว่าเรามาถูกทางแล้ว ต้องเอาทุกเรื่อง” นายชัชชาติ กล่าว




