ชัชชาติ สั่งผอ.เขต ‘ออกเดินทุกคืน’ ร้านไหนเสี่ยงต้องแจ้งปิด กำชับเช็ก ‘พ่อทิพย์-แม่ทิพย์’ ทั่วกรุง
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม เวลา 08.30 น. ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประฐานในการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 7/2569 โดยมี นายวิศณุ ทรัพย์สมพล, นางสาวทวิดา กมลเวชช, นายศานนท์ หวังสร้างบุญ และนายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร ตลอดจนคณะผู้บริหารเข้าร่วมประชุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัชชาติเดินทางมาถึงห้องประชุมเมื่อเวลา 08.40 น. โดยบรรยากาศภายในห้องประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
โดยก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมกันยืนสงบนิ่งเพื่อถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
ในตอนหนึ่ง นายชัชชาติกล่าวว่า ตอนนี้มีเรื่องที่สำคัญอยู่ 2 เรื่อง เรื่องแรก คือ เรื่องความปลอดภัยเหตุการที่เกิดไฟไหม้ ต้องเข้มข้น ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงไปแล้ว อยากจะรู้ว่าปัญหาอยู่ที่ไหน เป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนของกลุ่มกฎหมายอยู่เหมือนกัน
เรื่องสถานบริการ สถานประกอบการ ใบอนุญาตหลายอย่างต่อเนื่อง เรื่องกฎหมายต้องไปดูให้ละเอียด แต่ขณะเดียวกัน ในเชิงปฏิบัติ คงอ้างกฎหมายไม่ได้

“ผอ.เขต ต้องลงไปตรวจทุกพื้นที่ เรื่องหลักๆ คือเรื่องทางหนีไฟ ซึ่งมีของไปขวางทาง เรื่องไฟฉุกเฉิน ซึ่งไม่แน่ใจว่าตอนที่เกิดเรื่อง ไม่รู้ว่าไฟฉุกเฉินเปิดหรือไม่ ซึ่งประตูทางหนีไฟที่ผลักออก ไม่รู้ว่าล็อกหรือเปล่า เรื่องวัสดุลามไฟ ที่ติดตามเพดานต่างๆ ซึ่งของพวกนี้บางครั้งไม่ได้อยู่ในกฎหมาย แต่ว่าการไปตรวจ ต้องใช้วิจารณญาณ แนวทาง และข้อแนะนำประกอบ ดังนั้น ยึดแต่กฎหมายอย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องยึดในแง่ของความปลอดภัย เรื่องชีวิตของประชาชนด้วย” นายชัชชาติชี้
นายชัชชาติกล่าวต่อว่า การตรวจมีรูปแบบการตรวจตามคำสั่ง ตอนตรวจมันอาจจะเรียบร้อย แต่พอตอนไปใช้งาน มีคนไปตั้งโต๊ะขายของขวางทาง ซึ่งเรื่องจริงเป็นอย่างไรต้องมีการลงไปสุ่มตรวจอยู่ตลอดอย่างต่อเนื่อง
“ขอให้ ผอ.เขตเอาจริงเอา มีรายชื่ออยู่แล้ว ให้ดำเนินการตรวจ ถ้ามีปัญหาให้สั่งปิดไว้ก่อน จริงๆ เป็นมาตรการที่ได้สั่งการไปแล้ว ขอให้มองในมิติอื่นเพิ่ม ตอนนี้คิดว่าน่าจะมีการปรับปรุงเรื่องเช็กลิสต์ให้ครอบคลุมมากขึ้น
เพราะเรื่องวัสดุติดไฟ ก็จะเป็นตัวนึงที่อาจจะไม่ง่ายนัก เพราะบางทีมันไปขัดแย้งกับเรื่องที่อาจจะโดนร้องเรียนว่าเสียงดัง เลยเอาวัสดุที่เป็นโฟม ฟองน้ำ ไปปิด แต่วัสดุที่เอาไปติดดันเป็นตัวติดไฟ คงต้องมีข้อแนะนำ ให้ไปตรวจละเอียดขึ้นด้วย

“ช่วงนี้ต้องออกเดินทุกคืนนะ ไม่ต้องไปตรวจเป็นทางการอะไร แต่ให้ไปตรวจสังเกตการณ์ พฤติกรรมเป็นอย่างไร ถ้ามีความเสี่ยงให้สั่งปิดบริการ ปรับปรุงก่อน ผอ.เขต ต้องระมัดระวัง ทำงานให้เต็มที่ เรื่องความปลอดภัย สถานบริการต่างๆ ขอให้พวกเราเข้มงวด และดำเนินการเลย” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติกล่าวว่าต่อว่า เรื่องที่ 2 คือ ‘เรื่องทุนเทา’ โดยเฉพาะเรื่องการจดทะเบียนต่างๆ การจดทะเบียนที่เรียกกันว่า ‘พ่อทิพย์-แม่ทิพย์’ ขอให้เอาจริงเอาจัง เพราะคนตั้งคำถามเยอะ บางทีการทำตามระเบียบมันก็เรื่องหนึ่ง แต่เรื่องการดูความน่าจะเป็น การดูข้อมูลอื่นๆ ประกอบ จะทำให้เห็นปัญหามากขึ้น
ถ้าอ้างว่าทำตามกฎหมายครบถ้วน แต่ดูภาพรวมแล้วยังมีปัญหา คงต้องให้มีความเฉลียวใจประกอบด้วย ฝากผู้อำนวยการเขตดูเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ

“ผมได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้วว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไร ไม่ใช่เฉพาะเขตที่มีปัญหานะ มีหลายเขต อยากให้ผอ.เขต ดูสถิติ ดูข้อมูลประกอบด้วย มันมีอะไรที่มันผิดปกติหรือเปล่า ต้องอธิบายเหตุผลว่า ทำไมเขตราชเทวีเยอะ? ‘เพราะเขตราชเทวีมีโรงพยาบาลเยอะ’ เพราะฉะนั้น เราจะต้องมีคำอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นและมีวิธีการอย่างไร” นายชัชชาติกล่าว และว่า
เป็น 2 เรื่องที่กำลังมีประเด็น ขอให้ทุกคนดำเนินการให้เข้มข้น สิ่งที่ทำดีอยู่แล้วก็ขอให้ลุยต่อ อย่างเรื่องหาบเร่แผงลอยต้องเข้มข้นเหมือนเดิม เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นใจหาบเร่แผงลอย แต่ก็ต้องการความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง สรุปว่าต้องหาทางอยู่ร่วมกันให้ได้ เพื่อให้เมืองมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วย



