จ่อออกหมายเรียก 11 ขรก. แก้กระดาษคำตอบ โกงสอบท้องถิ่น ยันหลักฐานชัด เอาผิดดร.วิน-น้อง-ผอ.พิชิตได้

14.07.26 | 14:46 น.

ผบช.ก. ชี้คดีทุจริตสอบหลักฐานชัด พบทำหน้าที่ระดม จนท.รัฐ แก้ไขข้อมูลในไฟล์คำตอบ จ่อออกหมายเรียก 11 ข้าราชการท้องถิ่น ที่ร่วมมือแก้ข้อสอบ

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เปิดเผยว่า จากการรวบรวมหลักฐานพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 คนที่จับกุมตัวได้เมื่อวานนี้ (นายอัศวิน หรือ ดร.วิน ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งถูกทางการ สปป.ลาว ควบคุมตัวก่อนส่งกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย, น.ส.ศตพร หรือจ๋า น้องสาวของนายอัศวิน ถูกจับกุมภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม และจ่าสิบตรี ดร.พิชิต หรือจ่าพิชิต ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์) ร่วมกระทำความผิดอย่างชัดเจน และมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขไฟล์กระดาษคำตอบ โดยเป็นผู้วางแผนและรวบรวมข้าราชการท้องถิ่นมาแก้ไขไฟล์ที่บริษัทของจ่าพิชิต ที่ จ.นนทบุรี อย่างไรก็ตาม จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 ยังคงไม่ให้ความร่วมมือ แต่ตำรวจก็มีหลักฐานชัดเจนที่จะเอาผิดกลุ่มผู้ต้องหานี้ได้

ส่วนกรณีจะต้องส่งสำนวนการสอบสวนไปให้ ป.ป.ช.รวมสำนวนหรือไม่นั้น พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์กล่าวว่า จะต้องดูคำให้การของผู้ต้องหาเป็นหลัก ว่าการกระทำความผิดไปเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของตัวเองในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ หากมีความเกี่ยวข้องก็จะต้องส่งสำนวนไปยัง ป.ป.ช. ซึ่งในประเด็นนี้ จะต้องสอบสวนให้ชัดเจนว่าจ่าพิชิตเอาไฟล์ข้อมูลมาจากไหน หากเป็นการกระทำความผิดร่วมกันกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการสอบท้องถิ่นครั้งนี้ ก็จะต้องส่งสำนวนให้กับ ป.ป.ช.ต่อไป

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์กล่าวต่อว่า ภายในสัปดาห์หน้านี้จะให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกข้าราชการท้องถิ่นจำนวน 11 คน ที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และตำรวจ บก.ปปป.ตรวจค้นพบขณะกำลังแก้ไฟล์กระดาษคำตอบในบริษัทของจ่าพิชิตที่ จ.นนทบุรี มารับทราบข้อกล่าวหา รวม 3 ข้อหา เช่นเดียวกับผู้ต้องหาหลัก 3 คน ที่จับกุมไปแล้ว ประกอบด้วย ความผิดเกี่ยวกับคดีอั้งยี่และซ่องโจร, ความผิดเกี่ยวกับการนำไปซึ่งเอกสารและปลอมแปลงเอกสาร และ ความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบฯ

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์เผยว่า แม้ว่าทั้ง 11 คนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ก็พบว่าเป็นการกระทำนอกเวลาราชการ ในบริษัทเอกชน และไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่ที่ตัวเองมีในการกระทำความผิด ในส่วนนี้ทางกองปราบสามารถดำเนินคดีได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องส่ง ป.ป.ช.อีกด้วย