ผบก.น.2 เผยเชิญตัวพี่สาว “สุวิชา” เจ้าของโรงเบียร์ลาดพร้าว สอบพร้อมเอาสัญญาเช่า-ใบอนุญาตให้ พงส.แล้ว รอผลผู้เชี่ยวชาญอาคาร-ไฟฟ้า เร่งสรุปสำนวน
เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 14 กรกฎาคม ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ สน.พหลโยธิน พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ พ.ต.อ.ธิติพงษ์ ภิวัฒน์วุฒิกุล พ.ต.อ.นิมิตร นูโพนทอง รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.อธิบดี เสริมสุข ผกก.สส.บก.น.2 พ.ต.อ.มารุต สุดหนองบัว ผกก.สน.พหลโยธิน พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน, สอบสวน และจราจร สน.พหลโยธิน ร่วมการประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
พล.ต.ต.เกียรติกุล ผบก.น.2 เปิดเผยภายหลังการประชุม ว่า ยอดผู้เสียชีวิต ณ ปัจจุบัน อยู่ที่ 31 รายซึ่งรายล่าสุดเสียชีวิตเมื่อ เวลา 18.30 น เป็นเพศหญิงอายุ 34 ปี ที่โรงพยาบาลเปาโลเกษตร ยืนยันตัวบุคคลเสร็จสิ้นแล้ว 30 รายอยู่ระหว่างยืนยันอัตลักษณ์อีก 1 ราย ส่งมอบร่างผู้เสียชีวิตคืนให้ญาติแล้ว 28 ราย และมี ญาติผู้เสียชีวิตเดินทางมา ตรวจพิสูจน์ DNA แล้ว 30 ครอบครัว ส่วนของผู้บาดเจ็บเคสสีแดง 24 ราย สีเหลือง 12 รายและสีเขียว 40 ราย
ส่วนของความคืบหน้าทางคดี ทางบก.น. 2 ได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนในคดีนี้โดยมีการสอบปากคำพยานไปแล้ว ในวันนี้ 18 ราย และ รวมก่อนหน้านี้ เป็น 51 ราย กลุ่มเจ้าของผู้ประกอบการ 1 รายและพนักงานในร้าน 16 ราย กลุ่มญาติลูกค้าที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ ทั้งหมด 32 ราย รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอีก 2 ราย
ส่วนในวันพรุ่งนี้ได้มอบหมายให้ทั้งฝ่ายสืบสวนและสอบสวนไปทำการสอบปากคำผู้เชี่ยวชาญด้านอาคารและเรื่องระบบไฟฟ้า และฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลรวบรวมพยานหลักฐานกล้องวงจรปิดโดยรอบที่เกิดเหตุ และดำเนินการติดตามสอบปากคำข้อมูลจากผู้บาดเจ็บทุกรายเพื่อมาประกอบในสำนวนในการเป็นพยาน
โดยวันนี้ได้มีการเชิญตัว พี่สาวของนายสุวิชา เจ้าของร้านมาทำการสอบปากคำ แต่ตัวพี่สาวอาศัยอยู่ จ.ยโสธร ไม่ได้มีชื่ออยู่ในหุ้นจดทะเบียนร้านแต่อย่างใด ซึ่งเข้ามาให้การและนำเอกสารพยานหลักฐาน ทั้งสัญญาเช่าและใบอนุญาต สถานประกอบการ มามอบให้กับพนักงานสอบสวน และให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี
ส่วนประเด็นที่มีผู้ให้ข้อมูลว่าทางนี้ไฟหรือประตูทางออกถูกล็อกจากด้านนอกนั้น เบื้องต้นจากการสอบปากคำพยาน 2 คน ซึ่งเป็นพนักงานของร้านและคนขายลูกอม ที่ได้ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องในประเด็นนี้ แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน เพราะต้องรอพยานหลักฐานจากส่วนอื่นนำมาประกอบ
นอกจากนี้ ผบก.น.2 เปิดเผยว่าได้รับข้อมูลเกี่ยวกับชายที่แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่และได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเกี่ยวกับเหตุการณ์ไฟไหม้ ว่า ข้อมูลที่บุคคลดังกล่าวได้พูดไปนั้นอาจทำให้เกิดการเกิดความสับสนหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบสถานะและต้นสังกัด เพื่อตรวจสอบว่าเป็นการนำเครื่องแบบมาสวมใส่โดยพลการหรือไม่ แต่ขอยืนยันว่าขณะนี้ตำรวจจะมุ่งเน้นการ ทำงานไปที่พฤติการณ์หลักของคดีเพลิงไหม้ที่เกิดความสูญเสียต่อชีวิตประชาชนเป็นอันดับแรก
ทั้งนี้ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรอ เจ้าของรถจักรยานยนต์ 6 คันและรถยนต์อีก 1 คัน จอดอยู่ในที่เกิดเหตุ เพื่อมาติดต่อรับรถคืนได้ที่ สน.พหลโยธิน

