เหยื่อโรงเบียร์ เข้าแจ้งความ ยันไม่มีเสียงสัญญาณเตือน ตร.สอบพยานแล้ว 52 ปาก เร่งวิเคราะห์วงจรปิด 16 ตัว

15.07.26 | 12:38 น.

เหยื่อโรงเบียร์ เข้าแจ้งความยืนยันไม่ได้ยินเสียงสัญญาณเตือน แต่การ์ดฉายไฟชี้ไปยังประตูทางออกหลังร้าน ตร.สอบพยานแล้ว 52 ปาก เร่งวิเคราะห์วงจรปิด 16 ตัว

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ สน.พหลโยธิน นายนัฏฐพศ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ได้เข้ามาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกรณีเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ โดยนายนัฏฐพศ์ เปิดเผย ว่า คืนเกิดเหตุเดินทางมาถึงสถานบันเทิงเวลาประมาณ 22.30 น. และนั่งบริเวณโต๊ะหน้าเวทีฝั่งประตูทางเข้า ช่วงแรกไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ช่วงใกล้เที่ยงคืน ตนสังเกตเห็นกลุ่มควันสีขาวพุ่งออกมาจากเพดานหน้าเวทีฝั่งประตูทางเข้า แต่ไม่ได้เอะใจ เพราะคิดว่าเป็นเอฟเฟกต์ประกอบการแสดง เนื่องจากเป็นจังหวะที่เพลงกำลังเริ่มขึ้นพอดี

หลังจากนั้นไม่นานตนกลับเห็นประกายไฟและได้กลิ่นไหม้ จึงรีบวิ่งหนีออกทางประตูด้านหลังฝั่งลานจอดรถ ระหว่างหลบหนีมีนักท่องเที่ยวแตกตื่น ตกใจ จนตนเองถูกดึงขา แต่สามารถสลัดและวิ่งออกมาถึงพื้นที่ปลอดภัยได้

ผู้เสียหาย ยืนยันว่า ไม่เคยได้ยินสัญญาณเตือนไฟไหม้ แต่ได้ยินเสียงคนในร้าน ตะโกนบอกว่า “ไฟไหม้” และไม่เห็นระบบสปริงเกอร์ทำงานภายในอาคาร

Advertisement

ผู้เสียหาย ระบุอีกว่า ระหว่างหลบหนีพบการ์ดรักษาความปลอดภัย 2 คน ถือไฟฉายคอยชี้นำผู้คนไปยังประตูทางออกด้านหลังที่ตนออกมา ก่อนจะพบทั้ง 2 คนอีกครั้งบริเวณลานจอดรถ ซึ่งเป็นจุดปลอดภัย

นายนัฏฐพศ์ ระบุว่า วันเกิดเหตุเป็นการมาใช้บริการที่นี่เป็นครั้งแรก จึงไม่ได้สังเกตตำแหน่งทางหนีไฟ โดยเดินทางมาพร้อมเพื่อนทั้งหมด 4 คน แต่มี 1 คน คือ นายสิทธิพงษ์ ไชโย เสียชีวิตภายในที่เกิดเหตุ ทำให้รู้สึกเสียใจอย่างมาก

พร้อมได้ให้คลิปเหตุการณ์ ก่อนเกิดเหตุประมาณครึ่งชั่วโมง ซึ่งในคลิปยังไม่มีกลุ่มควันไฟหรือสิ่งผิดปกติใดๆ

ส่วนตัวได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าผากและหูทั้งสองข้าง ก่อนเข้ารับการรักษาโดยใช้สิทธิประกันสังคม ที่ รพ.เพชรเวช และเข้าแจ้งความในวันนี้เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการดำเนินคดีของพนักงานสอบสวน

ขณะที่ ช่วงเช้าวันนี้ มีการประชุมติดตามความคืบหน้าทางคดีเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยมีพล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 เป็นประธานการประชุม ร่วมกับคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังเมื่อวานนี้สอบปากคำไปแล้ว 52 ปาก แบ่งเป็น กลุ่มผู้ประกอบการ 1 ราย พนักงานภายในร้าน 16 ราย กลุ่มญาติและผู้ได้รับบาดเจ็บ 33 ราย และเจ้าหน้าที่ผู้ร่วมตรวจที่เกิดเหตุอีก 2 ราย

และวันนี้ หลังการประชุมจะมีการจัดชุดพนักงานสอบสวน แยกย้ายไปสอบปากคำพยานกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบอาคารและระบบไฟฟ้า /และไปสอบปากคำผู้บาดเจ็บที่ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

นอกจากนี้จะมีการเร่งวิเคราะห์ภาพเหตุการณ์จากภาพกลัองวงจรปิด 16 ตัวภายในร้าน ช่วงก่อนและขณะเกิดเหตุอย่างละเอียด หลังได้รับเซฟเวอร์ที่กู้ไฟล์ภาพได้แล้วมาจากกองพิสูจน์หลักฐาน