โค้ชเจมส์ วืดประกัน ศาลชี้มูลค่าความเสียหายสูง หวั่นปล่อยแล้วหนี ส่งเข้าเรือนจำทันที

15.07.26 | 18:51 น.

โค้ชเจมส์ วืดประกัน ศาลอาญาไม่อนุญาต เข้าเรือนจำทันที เหตุมูลค่าความเสียหายสูง แบ่งหน้าที่กันทำ กระทบต่อสังคมในวงกว้าง

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ภายหลังจากกรมสอบสวนคดีพิเศษนำตัว นายธีรพงษ์ หรือ โค้ชเจมส์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 4028/2569 ลงวันที่ 13 ก.ค.69 คดีหลอกลงทุนเทรดเงินตราต่างประเทศ Forex ไปฝากขังครั้งแรกต่อศาลอาญา ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต

พฤติการณ์แห่งคดีคือ มีการร้องเรียนต่อรัฐบาลและกระทรวงยุติธรรมว่ามีกลุ่มบุคคลทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติร่วมกันดำเนินธุรกิจชักชวนลงทุนซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) ผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศ เช่น QRS Global, HFM และ Vantage โดยอาศัยเครือข่ายผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB) และสื่อสังคมออนไลน์ของ “โค้ชเจมส์สอนเทรดสั้น” ในการโฆษณาและชักชวนให้ประชาชนเปิดบัญชีและลงทุน ทั้งที่การประกอบธุรกิจดังกล่าวต้องได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายไทย

ต่อมาผู้เสียหายรายหนึ่งระบุว่าได้หลงเชื่อคำโฆษณาของ Super Bullish ว่าสามารถสร้างผลกำไรสูง จึงเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ HFM และทยอยโอนเงินลงทุนรวมประมาณ 970,500 บาท แต่ได้รับผลตอบแทนเพียง 12,759 บาท ทำให้ได้รับความเสียหายประมาณ 957,726 บาท นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงบริษัท ซุปเปอร์ บูลลิช จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจอบรมและให้คำปรึกษาด้านการลงทุน ว่ามีพฤติการณ์เข้าข่ายชักชวนให้ลงทุนผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต

พนักงานสอบสวนมีพยานหลักฐานว่า บริษัท ซุปเปอร์ บูลลิช จำกัด ประกอบกิจการเป็นผู้แนะนำโบรกเกอร์ HFM โดยที่ทั้งบริษัทและโบรกเกอร์ HFM ไม่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. มีการจัดสัมมนา อบรม และทำการตลาดร่วมกัน เช่น แคมเปญ SUPERBULLISH x HFM และงาน Exclusive Dinner รวมถึงแสดงผลการเทรดและใช้ภาพลักษณ์หรูหราเพื่อชักชวนให้ประชาชนลงทุนซื้อขายสินทรัพย์ โดยเฉพาะการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) ด้วยการโฆษณาว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง จากการสอบสวนพบว่าในช่วงประมาณ 3 ปี (พ.ศ.2566-2568) มีการรับโอนเงินผ่านผู้ให้บริการเพย์เมนต์กว่า 27 ล้านบาท ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนมาก และพฤติการณ์ของบริษัท นายธีรพงษ์ และพวกกรณีร่วมชักชวนให้ลงทุนแลกเปลี่ยนสินทรัพย์จะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนซึ่งอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวสูงกว่าที่อัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินพึงจะจ่ายได้ โดยมีเงินหมุนเวียน 15,000 ล้านบาท

พนักงานสอบสวนค้านการปล่อยชั่วคราวเนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ศาลอาญาอนุญาตให้ฝากขังได้ ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขังแล้ว นายธีรพงษ์ ผู้ต้องหา ได้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขังนี้

Advertisement

ศาลอาญามีคำสั่งว่า พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ข้อกล่าวหามีลักษณะร่วมกันกระทำความผิดเป็นกระบวนการ โดยแบ่งหน้าที่กันทำ มูลค่าความเสียหายมีจำนวนสูง ส่งผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจในวงกว้าง เมื่อพิจารณาประกอบข้อคัดค้านของพนักงานสอบสวนและผู้เสียหายแล้วมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างสอบสวน ให้ยกคำร้อง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวนายธีรพงษ์ไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ