ดร.วิน-น้องสาว รับแล้ว เป็นคนส่งไฟล์ข้อสอบให้แก้ ตร.จ่อเรียก 15 รายในบ้านแก้คะแนน รับทราบข้อหา

16.07.26 | 13:47 น.

ผู้การกองปราบฯ เผยผลสอบคดีโกงสอบท้องถิ่น ‘จ่าพิชิต’ ยังปิดปากไม่ให้การ ส่วน ‘ดร.วิน-น้องสาว’ ยอมรับเป็นคนส่งไฟล์ข้อสอบให้แก้ไข เตรียมเรียกผู้เกี่ยวข้องอีก 15 รายมาแจ้งข้อหา

กรณีคดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) ภายหลังมีการจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ได้แก่ จ่าสิบตรี ดร.พิชิต ทั้งพรม หรือ จ่าพิชิต ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์, นายอัศวิน โชติพนัง หรือ ดร.วิน ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน ซึ่งถูกนำตัวฝากขังต่อศาลแล้วทั้งหมด และศาลไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราวทั้ง 3 ราย ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. เปิดเผยว่า จากการสอบสวนจ่าพิชิตยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และไม่ให้ความร่วมมือในการสอบสวน แม้แต่คำถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวก็ไม่ยอมตอบ ขณะที่ ดร.วิน แม้จะให้การปฏิเสธเช่นกัน แต่ก็ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี โดยระบุว่าตนเองและ น.ส.ศตพร มีหน้าที่รับไฟล์ข้อมูลข้อสอบจากจ่าพิชิต ก่อนนำไปส่งต่อให้บุคคลภายในบ้านพักที่ถูกตรวจค้นในพื้นที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เพื่อทำการแก้ไขข้อมูล อย่างไรก็ตาม การตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายทั้ง 9 จุด ยังไม่พบพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์ต่อคดี

สำหรับแนวทางการดำเนินคดีหลังจากนี้ พนักงานสอบสวนจะหารือผู้บังคับบัญชาเพื่อเสนอออกหมายเรียกบุคคลที่อยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวรวม 15 ราย มารับทราบข้อกล่าวหา แต่การดำเนินการจะต้องรอความชัดเจนจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าจะมอบหมายให้ตำรวจดำเนินการในส่วนนี้หรือไม่

พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์กล่าวอีกว่า ส่วนผู้ที่สอบผ่านและได้รับการบรรจุเข้ารับราชการกว่า 5,000 ราย เจ้าหน้าที่มีแผนเรียกตัวมาสอบปากคำทั้งหมด โดยอาจเสนอให้ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งให้ตำรวจในพื้นที่ทั่วประเทศร่วมดำเนินการสอบสวนตามประเด็นที่กำหนด ก่อนรวบรวมผลส่งให้ส่วนกลางพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Advertisement

ผบก.ป.กล่าวด้วยว่า ในส่วนที่กองปราบปรามรับผิดชอบ ได้เร่งรัดการสืบสวนจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาตัวการสำคัญได้ภายในเวลาเพียง 17 วัน ซึ่งได้รับความพึงพอใจจากนายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม คดีหลักยังอยู่ในความรับผิดชอบของ ป.ป.ช. และหาก ป.ป.ช.ประสงค์ให้ตำรวจเข้าร่วมสนับสนุนการดำเนินคดี กองปราบปรามก็พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่อีกด้วย