แม่น้องดิน นักร้องนำวงทศกัณฐ์ เดินทางรับศพลูกชาย
เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นางจันสุดา อายุ 49 ปี แม่ของนายฐิติวัฒน์ หรือ ดิน อายุ 27 ปี นักร้องนำวงทศกัณฐ์ เดินทางมาติดต่อรับศพลูกชาย พร้อมนำเอกสารการเสียชีวิตของดินมาติดต่อกับเจ้าหน้าที่
นางจันสุดาเปิดเผยว่า ครอบครัวทราบอาการของลูกมาตั้งแต่วันที่ 2 หลังเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลราชวิถี วันแรกที่เข้าเยี่ยม เมื่อตนเรียกลูก ดินยังพยักหน้ารับรู้ได้ จึงบอกว่า “พ่อกับแม่มาแล้ว ไม่ต้องห่วง” หลังจากนั้นแพทย์อธิบายว่าอาการของดินอยู่ในขั้นวิกฤตที่สุดในบรรดาผู้บาดเจ็บทั้งหมด ร่างกายได้รับความเสียหายอย่างหนัก ร่างกายถูกเพลิงเผาไหม้กว่า 80% และสูดควันพิษ รวมถึงความร้อนทำให้อวัยวะภายในเสียหายเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะปอด หากเป็นตามหลักการแพทย์น่าจะเสียชีวิตตั้งแต่ในที่เกิดเหตุแล้ว แต่แพทย์บอกว่าดินสู้มาก และทีมแพทย์ก็พยายามยื้อชีวิตอย่างเต็มกำลัง

นางจันสุดาเผยว่า กระทั่งเช้าวันที่ 2 แพทย์เรียกครอบครัวเข้าพบ เพื่อแจ้งว่าระบบอวัยวะสำคัญของร่างกายล้มเหลว และไม่สามารถรักษาให้กลับมาได้แล้ว เหลือเพียงรอดูว่าร่างกายจะประคองไว้ได้นานเพียงใด ขอบคุณทีมแพทย์โรงพยาบาลราชวิถีที่ทำทุกวิถีทางเพื่อยื้อชีวิตลูกชาย
เมื่อถามถึงเงินเยียวยา 10,000 บาท คุณแม่ยอมรับว่า หากมองในความรู้สึกของประชาชนก็ถือว่าน้อย เพราะยังต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำรวมกันหลายวัน แต่ยังไม่ขอวิจารณ์ เนื่องจากยังไม่ได้คุยกับทางร้าน และต้องหารือร่วมกับครอบครัวผู้สูญเสียรายอื่นก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร ส่วนใครควรเป็นผู้รับผิดชอบหลักนั้น ขอให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาตามกฎหมาย
สำหรับกรณีที่ร้านแจ้งให้ผู้เสียหายติดต่อผ่านเพจเพื่อขอรับเงินเยียวยา คุณแม่บอกว่า ยังไม่ได้ศึกษารายละเอียด เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาโฟกัสเพียงการดูแลลูกชาย เรื่องการติดตามต่างๆ มอบหมายให้หัวหน้าวงเป็นผู้ประสานงาน

คุณแม่ยังเล่าถึงลูกชายว่า ดินยังไม่ได้แต่งงาน ไม่มีหนี้สิน และเป็นลูกที่ช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวมาตลอด ทั้งยังเคยวางแผนให้แม่ลาออกจากงานเพื่อมาเปิดร้านอาหารเล็กๆ หลังเศรษฐกิจดีขึ้น โดยดินตั้งใจจะร้องเพลงหาเงินช่วยครอบครัวต่อไป แต่ความฝันทั้งหมดกลับต้องจบลง ดินรักการร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก ฝึกเล่นกีตาร์ แกะคอร์ด แต่งเพลงเอง และมุ่งมั่นเดินตามเส้นทางนักดนตรีอย่างจริงจัง
คุณแม่ยังเปิดเผยว่า เคยกำชับลูกทุกครั้งก่อนขึ้นแสดงให้สังเกตทางเข้า-ออก และทางหนีไฟของสถานที่ เพราะยังจำบทเรียนจากเหตุเพลิงไหม้ซานติก้าผับได้เป็นอย่างดี ซึ่งดินก็มักตอบว่าจะดูทุกครั้ง ไม่มีทางประมาท
หลังเกิดเหตุ เมื่อทราบว่าร้านตั้งอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ยอมรับว่ารู้สึกตกใจ เพราะมองว่าพื้นที่ค่อนข้างแคบ และไม่เหมาะสำหรับสถานบันเทิงที่มีผู้คนจำนวนมาก หากเกิดเหตุฉุกเฉินจะทำให้การอพยพเป็นไปด้วยความยากลำบาก หลังรับศพ ครอบครัวจะนำร่างของดินไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลที่วัดสว่างภพ ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
นางจันสุดายังฝากข้อความถึงลูกชายทั้งน้ำตาว่า ขอให้เดินทางไปสู่ภพภูมิที่ดี ไม่ต้องเป็นห่วงพ่อกับแม่ เพราะทั้งสองจะพยายามเข้มแข็งและใช้ชีวิตต่อไป พร้อมขอบคุณลูกที่ตลอดชีวิตไม่เคยสร้างปัญหา ไม่เคยสร้างภาระ และเป็นลูกที่กตัญญูต่อครอบครัวเสมอ

