หน้าแรก ในประเทศ ศุภมาส ตรวจอู...

ศุภมาส ตรวจอู่ซ่อมรถ 5 จุดใหญ่ย่านวิภาวดี หลังร้องเรียนกว่า 1,700 เรื่อง ค่าซ่อมไม่ชัดเจน เก็บเงินเพิ่มไม่แจ้ง

16.07.26 | 15:28 น.

ศุภมาส ลุยตรวจนำร่อง อู่ซ่อมรถ 5 จุดใหญ่ย่านวิภาวดี คุมเข้ม ‘หลักฐานการรับเงิน’ หลังพบร้องเรียนพุ่งกว่า 1,700 เรื่อง พร้อมยกระดับสู่การตรวจทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจให้บริการซ่อมรถยนต์ ที่ศูนย์บริการรถยนต์ บริษัท โตโยต้า บัสส์ จำกัด สาขาวิภาวดีรังสิต เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยบูรณาการหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้งสคบ. ตำรวจ และสำนักงานเขตจตุจักร ในการตรวจสอบการจัดทำหลักฐานการรับเงินตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการซ่อมรถยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ. 2546 โดยเป็นการนำร่องตรวจสอบรวม 5 จุด ในเขตจตุจักร ก่อนขยายผลการตรวจสอบให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า สคบ.ได้รับเรื่องร้องทุกข์เกี่ยวกับการซ่อมรถยนต์อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2565 ถึงปัจจุบัน มากกว่า 1,700 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นปัญหาการซ่อมเครื่องยนต์และตัวถัง ค่าซ่อมไม่ชัดเจน เก็บเงินเพิ่มโดยไม่แจ้งก่อน และหลักฐานการรับเงินระบุรายละเอียดไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด ที่ผ่านมาดำเนินการช่วยเหลือจนยุติเรื่อง เกือบ 1,200 เรื่อง หรือเกือบ 70% ส่วนที่เหลืออยู่ในกระบวนการทั้งหมด จึงสั่งการให้ สคบ. นำผลการตรวจนำร่อง ขยายผลไปพื้นที่อื่นพร้อมจัดทำฐานข้อมูลผู้ประกอบธุรกิจซ่อมรถยนต์ทั่วประเทศ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ให้ประสานข้อมูลกับกรุงเทพมหานคร ส่วนภูมิภาคให้ประสานผ่าน สคบ. จังหวัด และศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด เพื่อให้การตรวจสอบเป็นระบบ ทั่วถึง และติดตามผลได้ชัดเจนขึ้น

น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า รถยนต์คือทรัพย์สินที่ประชาชนใช้ทุกวัน ความปลอดภัยในการเดินทางขึ้นอยู่กับงานซ่อมที่ได้มาตรฐาน ผู้บริโภคจึงต้องได้รับข้อมูลครบทั้ง 3 ช่วง ก่อนซ่อมต้องได้รับการประเมินและแจ้งราคาค่าอะไหล่ ค่าแรงก่อนลงมือ ระหว่างซ่อมต้องรู้ระยะเวลา และรู้ว่าใช้อะไหล่แท้หรืออะไหล่ทดแทน หลังซ่อมต้องมีการรับประกันงานซ่อมและอะไหล่ที่ระบุระยะเวลาหรือระยะทางชัดเจน เมื่อชำระเงินแล้ว ผู้ประกอบธุรกิจต้องส่งมอบหลักฐานการรับเงินที่มีรายการครบ 9 รายการทันที เอกสารนี้คือเกราะของผู้บริโภค หากเกิดปัญหาภายหลังจะใช้เรียกร้องสิทธิได้ทันที อย่างไรก็ตาม ประกาศฉบับปัจจุบันควบคุมเฉพาะหลักฐานการรับเงินซึ่งออกหลังการซ่อมเสร็จ แต่ปัญหาจำนวนมากเกิดตั้งแต่ก่อนตกลงรับบริการ สคบ.จึงเร่งศึกษายกระดับความคุ้มครองให้ครอบคลุมถึงสัญญาก่อนรับบริการซ่อมรถยนต์ด้วย เพื่อให้ผู้บริโภครู้รายการซ่อม ราคา และเงื่อนไขชัดเจนตั้งแต่ก่อนเริ่มซ่อม ไม่ใช่คุ้มครองเฉพาะขั้นตอนใบเสร็จรับเงินเพียงอย่างเดียว

Advertisement

นอกจากนั้น ขอฝากถึงผู้ประกอบธุรกิจซ่อมรถยนต์ทุกรายว่า การออกหลักฐานการรับเงินไม่ใช่เรื่องขอความร่วมมือ แต่เป็นหน้าที่ตามกฎหมาย ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และได้กำชับให้ สคบ. ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง หากพบการฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมายทันที ส่วนผู้บริโภคที่ถูกเอาเปรียบจากการใช้บริการซ่อมรถยนต์ ร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอพพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด