หน้าแรก ในประเทศ กทม.50 เขต ผน...

กทม.50 เขต ผนึก 88 สน. ปูพรมลุยตรวจสถานบันเทิง-ร้านเหล้า-ร้านอาหาร 1,000 แห่งทั่วกรุงฯ ใน 1 เดือน

16.07.26 | 19:24 น.
ชัชชาติ

กทม.50 เขต ผนึก 88 สน. ปูพรมลุยตรวจสถานบันเทิง-ร้านเหล้า-ร้านอาหาร 1,000 แห่งทั่วกรุงฯ ใน 1 เดือน

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ที่ศาลาว่าการกทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. พร้อม นายวิศณุ ทรัพย์สมพล และนายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าฯกทม. พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. และ พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. ประชุมหารือถึงการยกระดับมาตรการในการดูแลสถานประกอบการ สถานบริการ และสถานประกอบการคล้ายสถานบริการทั่วกรุงเทพฯ มุ่งเน้นการวางแนวทางป้องกันและสร้างความปลอดภัยในระยะยาวให้แก่ประชาชน โดยมี พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รอง ผบช.น. ร่วมหารือ

พล.ต.อ.อดิศร์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้วิเคราะห์ถึงปัญหาเพลิงไหม้สถานประกอบการว่า สาเหตุหนึ่งเกิดจากปัญหาการบังคับใช้กฎหมายที่ขาดความเข้มงวด อีกทั้งกฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ทั้ง พ.ร.บ. สถานบริการ พ.ศ. 2509 , พระราชกฤษฎีกาการจัดโซนนิ่ง (สถานบริการ) , พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 อาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี จะเชิญผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ว่าฯกทม.เข้าหารือถึงการปรับแก้ไขกฎหมายทั้ง 4 ฉบับนี้

พล.ต.อ.อดิศร์ กล่าวต่อว่า จากนี้ไปจะมีการบูรณาการทำงานร่วมกันในระยะยาว ระหว่างสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต และ ทั้ง 88 สน. ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยกำหนดแผนปฏิบัติการปูพรมตรวจสถานประกอบการในเป้าหมายกว่า 1,000 แห่ง ให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน ซึ่งจะไม่ใช่การตรวจเพื่อจะเอาผิด หรือตรวจสอบตามใบอนุญาต แต่จะเป็นการตรวจเพื่อป้องกันเหตุ และให้ข้อแนะนำแก่ผู้ประกอบการ เพื่อให้ปรับปรุงสถานประกอบการให้มีความปลอดภัยและเป็นไปตามกฎหมายอย่างไรก็ตาม หากตรวจสอบแล้วพบว่า มีข้อบกพร่องหลายจุดและมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความไม่ปลอดภัย กทม. จะใช้อำนาจสั่งปิดสถานประกอบการนั้นทันที

สำหรับแนวทางการตรวจสอบ จะมีเช็กลิสต์เรื่องการป้องกันเหตุเพลิงไหม้และเหตุฉุกเฉินที่เข้มงวด อาทิ ทางหนีไฟและประตูหนีไฟต้องชัดเจน ไม่ถูกปิดกั้น มีระบบแจ้งเตือนเพลิงไหม้และกริ่งสัญญาณเตือนภัยที่พร้อมใช้งานจริง , ถังดับเพลิงและระบบดับเพลิงอัตโนมัติ (Sprinkler) ต้องอยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงง่ายและพร้อมใช้งาน , แผงควบคุมไฟฟ้าต้องได้มาตรฐานและมีระบบตัดไฟฉุกเฉิน และต้องมีการตรวจสอบการขออนุญาตก่อสร้าง ต่อเติม หรือตกแต่งให้ถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงต้องมีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม กทม.เชิญชวนประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตาในการดูแลความปลอดภัย โดยหากพบเห็นสถานประกอบการเสี่ยงที่จะเกิดความไม่ปลอดภัย สามารถแจ้งข้อมูลเข้ามา ผ่านระบบ Traffy Fondue ได้ทันที โดย กทม. จะจัดทำรูปแบบ Open Data ที่ปกปิดรายชื่อผู้แจ้งเบาะแส เพื่อให้เกิดความมั่นใจในความปลอดภัยกับผู้ให้ข้อมูล

Advertisement