ผู้การบึงกาฬสั่ง 2 ตำรวจออกราชการไว้ก่อน หลังเจอนั่งมาในรถกับแก๊งค้ายา ตั้ง กก.สอบวินัยร้ายแรง

14.06.17 | 10:16 น.

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.นครพนม ได้จับกุมนางพอน (ไม่มีสกุล) อายุ 25 ปี ชาวบ้านโพนสี เมืองปากกระดิ่ง แขวงบอลิคำไซ ส.ป.ป.ลาว พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 1,966 เม็ด ขณะนั่งรถยนต์เก๋งยี่ห้อเชฟโรเลต สีฟ้า หมายเลขทะเบียน กบ 4775 อุดรธานี นำยาบ้าของกลางมารอส่งลูกค้า บริเวณถนนคอนกรีตสาธารณะ หน้าวัดป่า บ.นายาง หมู่ 6 ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม และเจ้าหน้าที่ตรวจค้นรถยนต์ดังกล่าว พบ 2 นายตำรวจนั่งอยู่ในรถ ทราบชื่อภายหลัง คือ ร.ต.ท.เกียรติศักดิ์ ม่วงผุย อายุ 47 ปี ตำแหน่ง รอง สวป.สภ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ และ ร.ต.ต.ผล พลโคตร อายุ 55 ปี ตำแหน่ง รอง สวป.สภ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ จึงควบคุมตัวมาสอบสวน แต่ตำรวจทั้ง 2 นาย ให้การปฏิเสธ ขอให้การในชั้นศาลนั้น

ล่าสุด พล.ต.ต.ทิวา บุญดำเนิน ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ ในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรงของตำรวจทั้ง 2 นาย ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า หลังได้รับการรายงานจาก ผกก.สภ.บุ่งคล้า ในส่วนคดีอาญาก็คงเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของ สภ.บ้านแพง ดำเนินคดีไป ในส่วนของ ภ.จว.บึงกาฬ ก็จะดำเนินการทางวินัยเพราะถือว่าตำรวจกระความผิดทางอาญาในเบื้องต้นถึงแม้ว่าจะเป็นการปฏิเสธไม่ได้กระทำผิด แต่ในทางวินัยการที่ถูกจับกุมคดีอาญาถือว่าผิดวินัยร้ายแรง จึงมีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ตามคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ ที่ 280/2560 ฐานร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ ที่ 299/2560 หากผลสอบสวนออกมามีความผิดจริงก็ให้ออกราชการได้เลย ส่วนระยะเวลาการสอบสวนก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการอีกที ส่วนตำรวจทั้ง 2 นายก็สามารถยืนอุทธรณ์ต่อ ก.ตร.ได้ตามสิทธิภายใน 30 วัน