หน้าแรก ในประเทศ เสริมแนวดินได...

เสริมแนวดินได้ผล! ชัชชาติเช็กแล้วไม่น่าเป็นห่วง จ่อเปิดเดินรถ ‘ประชาธิปก(ขาเข้า)’ เช้าวันอาทิตย์

18.07.26 | 13:10 น.

เสริมแนว ‘Grout’ ได้ผล! ชัชชาติ ตรวจงานวงเวียนใหญ่ ชี้ ไม่น่าเป็นห่วง จ่อเปิดเดินรถ ‘ประชาธิปก (ขาเข้า)’ เช้าวันอาทิตย์

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม เวลาประมาณ 10.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไลฟ์ผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ขณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุถนนทรุดตัว บริเวณถนนประชาธิปก ช่วงวงเวียนใหญ่ ภายหลังเกิดเหตุดินทรุดตัวจากน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ในจุดที่ต่ำที่สุด ส่งผลให้ชั้นดินด้านนอกทรุดตัวและกระทบต่ออาคารข้างเคียง

โดย นายชัชชาติ ประชุมร่วมกับ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) การประปานครหลวง (กปน.) และผู้รับจ้าง ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความคืบหน้า โดยระดมความเห็นว่าควรจะดำเนินการแก้ไขอย่างไรเพื่อให้กลับมาเปิดการจราจรและซ่อมอุโมงค์ได้รวดเร็วที่สุด

พร้อมสอบถามว่า มีน้ำรั่วซึมอีกหรือไม่ หาแนวทางเพื่อไม่ให้เกิดน้ำรั่วซึมอีก

นายชัชชาติกล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้มีความคืบหน้าดี เชื่อว่ายู่ในระดับที่มั่นคง โดยใช้วิธีการอุดอุโมงค์หัว-ท้ายในลักษณะเป็นช่วงบล็อก

Advertisement

“เดี๋ยวเติมน้ำลงไป เพื่อให้น้ำ บาลานซ์กับน้ำใต้ดินที่ดันขึ้นมาจากอุโมงค์ ตอนแรกมีแผนว่าจะเติมให้เต็มอุโมงค์ ตั้งเป้าไว้ 18,000 ลูกบาศก์เมตร แต่เติมไปแค่เพียง 1,000 กว่าลูกบาศก์เมตร น้ำไม่ไหลเข้าอุโมงค์แล้ว เนื่องจากแรงดันมีความสมดุลกันแล้ว น้ำน่าจะหยุดแล้ว” นายชัชชาติเผยถึงแนวทางแก้ไขปัญหา

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ดังนั้นจึงคาดว่า วิธีการเสริมแนว ‘Grout’ (การอัดฉีดน้ำปูน) หรือการเสริมกำลังของดินรอบอุโมงค์ น่าจะได้ผลดีในการหยุดการไหลของน้ำ

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า สำหรับการทรุดตัวโดยรอบพื้นที่อันตราย ในรัศมี 30 เมตรรอบอุโมงค์ ยังไม่พบการเอนตัวของตึก การสั่นไหวไม่มีเพิ่มขึ้น คาดว่าสถานการณ์อยู่ในระดับสมดุล ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง

“พรุ่งนี้เช้าวันอาทิตย์ เราจะเปิดเดินรถ ถนนประชาธิปก (ขาเข้า) คือ จากวงเวียนใหญ่ มุ่งหน้าสู่สะพานพระพุทธยอดฟ้า สะพานพระปกเกล้า ทั้ง 3 เลน ตั้งแต่เวลา 06.00 น.

แต่ว่า ถนนประชาธิปก (ขาออก) จากสะพานพุทธฯ มุ่งหน้าไปยังวงเวียนใหญ่ ยังปิดจากทางสี่แยกบ้านแขกอยู่ เพราะยังต้องมีการทำงาน คือต้องเอาหัว Grout ลงไปช่วยเสริมดิน และต้องมีกระบวนการต่างๆ

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ถามว่าจะปิดงานถึงเมื่อไหร่ คงต้องขึ้นอยู่กับความปลอดภัย ซึ่งทาง รฟม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันประเมิน จากการลงไปทำงานใต้ผิวดิน

“เราเองไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำงานด้านล่าง มั่นใจเมื่อไหร่ เดี๋ยวคงเปิด (การจราจรทั้งหมด) อีกทีนึง”

“ส่วนประชาชนที่เราย้ายออกไป มีทั้งหมด 140 กว่าห้อง ต้องประเมินความมั่นใจอีกที ซึ่งอยู่ถัดจากแนวถนนออกไป คาดว่าสัปดาห์หน้า ทาง รฟม. คงเชิญประชุมผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินความเสี่ยงอีกครั้ง
ถ้าดูจากปัจจุบัน ตึกยังไม่มีการขยับ ทุกอย่างยังอยู่ในสภาพที่มั่นคง คาดว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ก็สามารถให้พี่น้องประชาชนกลับเข้าสู่ที่พักอาศัยได้” นายชัชชาติกล่าว

เมื่อถามเน้นย้ำถึง การเปิดจราจร แสดงว่า มีความมั่นใจว่าข้างล่างไม่มีปัญหาแล้ว?

นายชัชชาติกล่าวว่า ทั้งตนและนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่า ต้องยึดความปลอดภัยเป็นหลัก ดังนั้นสิ่งที่เราทำ จึงค่อยเป็นค่อยไป จะเห็นว่าการอพยพคนเพราะความปลอดภัยเป็นหลัก แต่ยังไม่เปิดการจราจรเพื่อให้มั่นใจก่อน

เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร ตัวอุโมงค์เองอยู่ลึกลงไปถึง 30 เมตรจากพื้นดิน ดังนั้นน้ำหนักที่กดทับด้านบน ก็ไม่น่ามีผลลงไปถึงด้านล่าง ที่เราปิดการจราจรในช่วงแร กส่วนใหญ่เป็นไปเพื่อการดำเนินการ ยึดความปลอดภัยเป็นหลักมาตลอด”นายชัชชาติเน้นย้ำ

เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการเยียวยา?

นายชัชชาติเผยว่า ตนว่า ในช่วงนี้เยียวยาในแง่ที่พักอาศัยก่อน ส่วนในระยะยาว ว่าจะต้องมีค่าเสียหายอะไร ต้องคุยรายละเอียดอีกครั้ง

“ในแง่ของ กทม.เอง ก็จะดูว่าสามารถช่วยตรงไหนได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่อาจต้องเป็นทางผู้รับเหมากับ รฟม.ต้องพิจารณาช่วยเหลือในส่วนนี้เป็นหลัก” นายชัชชาติเผย