“บิ๊กแป๊ะ” โต้ “วิทยา” ยันไม่งัด “สุเทพ” รับได้กลิ่น ภ.8 มาตลอด เหตุเด้ง “เทศา” ป้อง “โจ๊ก หวานเจี๊ยบ” รับใช้งานเช็กข้อมูลทางลับ ไม่มีเอี่ยวโผ ลั่นไม่มีใครใหญ่กว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ฮึ่ม! ฟ้องเอาผิดหมิ่นประมาททำสีกากีเสียหาย
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่1 4 มิถุนายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี (ผบช.กมค.) พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. แถลงชี้แจงกรณี นายวิทยา แก้วภราดัย อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และอดีตแกนนำ กปปส. ออกมาระบุว่ามีการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจตั้งแต่ระดับสารวัตร (สว.) ถึงรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) วาระประจำปี 2559 โดยเฉพาะพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค (บช.ภ.) 8 และระบุด้วยว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ซื้อขายด้วยตัวเลขสูงกว่ากองบัญชาการอื่นเป็น 2 เท่า
พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า ทันทีที่นายวิทยาออกมากล่าวหา ตนก็ได้ตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้น ยอมรับว่าก่อนหน้านี้เคยได้ข่าวคราวเรื่องแบบนี้ในพื้นที่ บช.ภ.8 มีหนังสือร้องเรียนเข้ามา ตนจึงออกคำสั่งให้ พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 พ้นจากตำแหน่งให้ออกจากพื้นที่ มาช่วยงานที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) เพื่อเปิดโอกาสการตรวจสอบทำได้ง่าย โปร่งใส โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้เวลา 15 วัน และรายงานมาที่ตน หากมีมูลความจริงก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย โดยเชื่อว่าทาง จตช.คงเชิญนายวิทยา ในฐานะผู้ออกมาพูดเรื่องนี้มาให้ข้อมูลกับชุดสืบสวนข้อเท็จจริง มีหลักฐานใดก็เอาออกมา จะได้ตรวจสอบ ดำเนินคดีกับคนที่ทำผิด จับให้มั่นคั้นให้ตายตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุ ตนไม่เอาไว้อยู่แล้ว
ผบ.ตร.กล่าวว่า ตอนนี้ พล.ต.ท.เทศา ยังไม่มีความผิด เพียงสั่งให้ตรวจสอบจึงให้นอกพื้นที่ เพราะถือว่าเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของพื้นที่ตรงนั้น ไม่จำเป็นต้องให้ระดับ ผบก. มาช่วยราชการ และคงไม่ต้องสั่งให้ ผบช.น.หรือ ผบช.หน่วยอื่นๆ มาช่วยราชการตามที่นายวิทยากล่าวหา เพราะเป็นเพียงการกล่าวว่า ได้สอบถาม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.แล้ว ก็ยืนยันว่าไม่มีการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งในนครบาลแน่ๆ ตนเชื่อใจในผู้ใต้บังคับบัญชา และก่อนหน้านี้ก็ไม่พบการร้องเรียน ซึ่งต่างจาก บช.ภ.8 ที่มีข่าวมาตลอดหลายยุค ถ้าให้ตนต้องย้ายทุกคน ก็เหมือน ผบ.ตร.ที่แกว่งไปแกว่งมาไม่มีหลักอะไร อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้พูดคุยเป็นการส่วนตัวกับ พล.ต.ท.เทศา แต่จากนี้ต้องคุยกัน
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าการย้าย พล.ต.ท.เทศา ซึ่งสนิทสนมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. เป็นการเอาคืน ผบ.ตร.กล่าวว่า เอาคืนเรื่องอะไร เอาเงินคืนหรือ จริงๆ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องเลย ใครก็ตามที่ถูกพาดพิง ไม่เฉพาะเรื่องนี้ แม้เรื่องบ่อน อบายมุข ตนก็สั่งมาช่วยราชการแบบนี้ หากปล่อยไว้เฉยๆ ไม่เอาออกมา ก็มาต่อว่า มีคำถามอีกว่าเหตุใดปล่อยไว้ ทำไมไม่ทำ เรื่องนี้ตนไม่มีความขัดแย้งอะไร แต่เมื่อมีการกล่าวหาก็ต้องตรวจสอบไปตามกระบวนการ และสื่อมวลชนที่เสนอข่าวและตั้งคำถามก็ต้องเป็นกลางด้วย
” ผมไม่รู้ว่าวิทยา ออกมาพูดมีเหตุผลอะไร หรือพูดเอามันคะนองปาก คงต้องให้นครบาล และฝ่ายกฎหมายไปพิจารณาว่าเข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือเปล่า หากหมิ่นองค์กร หรือบุคคลใด ทำให้เสียหาย ก็ต้องดำเนินคดีอย่างกรณีนครบาลไปว่าแบบนั้น ผมว่า เสียหายนะ ก็ต้องบอกให้ทางนครบาลไปดำเนินการด้วย ยืนยันว่าการแต่งตั้งผมทำคนเดียว ตามขั้นตอนกฎหมาย ตามคำสั่ง คสช. มีบางส่วนที่ยกเว้นหลักเกณฑ์ แต่ไม่ใช่ปัญหาเลย” ผบ.ตร.กล่าว และระบุถึงกรณีที่มีกล่าวหาว่ามีนายตำรวจยศ พล.ต.ต. ใหญ่กว่า พล.ต.อ. นั้น ว่าไม่มี
“ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผมใหญ่ที่สุด มันชัดเจนอยู่แล้ว มีเพียง นายกรัฐมนตรีและ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเท่านั้นที่ใหญ่กว่าผม และที่มีการกล่าวหาว่าคนนั้นคนนี้อยู่เบื้องหลังการแต่งตั้ง ไม่มีอยู่แล้ว” พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการระบุถึง “โจ๊ก หวานเจี๊ยบ” ว่าเข้ามามีอิทธิพลให้การทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย ผบ.ตร.กล่าวว่า ” โจ๊ก หวานเจี๊ยบ” ก็คือ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. (191) ลูกน้องของตนเอง ไม่มีอะไร ยอมรับว่าบางครั้งตนก็ใช้งานให้ไปตรวจสอบข้อมูลบุคคลบ้าง ให้ไปเช็กทางลับ จึงอาจถูกเข้าใจผิด ไม่ได้เกี่ยวข้องในการทำบัญชี ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง เพราะเป็นหน้าที่ตน หน้าที่ของ ผบก.191 คือไปช่วยงานสนับสนุนโรงพัก ไปช่วยจับเด็กแว้น ปราบโจรออนไลน์ จับละเมิดสิทธิบัตร ไม่มีหน้าที่เกี่ยวกับการแต่งตั้ง
ถามว่าเพราะ “โจ๊ก หวานเจี๊ยบ” สนิทสนมกับ พล.อ.ประวิตร ใช่หรือไม่ จึงถูกพาดพิง ผบ.ตร.กล่าวว่า ไม่เกี่ยว ใครๆ ก็สนิท ตนก็สนิท ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง
พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า เชื่อมั่นในกระบวนการตรวจสอบของจเรตำรวจ ว่าโปร่งใส มีประสิทธิภาพ เชื่อถือได้ขอเวลาตรวจสอบก่อน และหากจะให้หน่วยงานภายนอกเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ตนก็ยินดี ยืนยันว่าหากกรณีนี้เป็นการกล่าวหาให้เสียหายก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย
ด้าน พล.ต.อ.รุ่งโรจน์กล่าวว่า ยืนยันว่าการแต่งตั้งครั้งนี้ ผบ.ตร.มีอำนาจลงนามเพียงผู้เดียว แต่ในกระบวนการแต่งตั้งนั้นทำอย่างโปร่งใส ตามคำสั่ง คสช. ที่ 21/2559 และ 7/2560 ทุกตำแหน่งผ่านการพิจารณาโดยคณะกรรมการกลั่นกรอง ตั้งแต่ระดับ กองบังคับการ กองบัญชาการ จนถึงระดับ ตร.ที่มี ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร.และ จตช.ร่วมพิจารณา
ขณะที่ พล.ต.ท.จารุวัฒน์กล่าวว่า ผบ.ตร.สั่งการให้สำนักงานกฎหมายและคดี ไปพิจารณาว่า กรณีที่กล่าวหาเรื่องนี้ ทำให้ องค์กร ซึ่งเป็นนิติบุคคล เสียหายหรือไม่ หากพาพพิงบุคคลใดให้เสียหายบ้าง จากนั้นจะพิจารณาดำเนินคดีตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ฐานหมิ่นประมาท

