หน้าแรก ในประเทศ ผบช.ก. จ่อดำเ...

ผบช.ก. จ่อดำเนินคดีอาญา ผู้สอบคะแนนผิดปกติ 5,924 ราย หลังมหาดไทยเพิกถอนสิทธิ์

18.07.26 | 18:13 น.

ผบช.ก. กางแนวทางคดีทุจริตสอบท้องถิ่น จ่อดำเนินคดีอาญาผู้สอบคะแนนผิดปกติ 5,924 ราย หลังมหาดไทยเพิกถอนสิทธิ์

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนคดีดังกล่าว ว่า บช.ก. ได้รับคำสั่งตรงจากนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างเด็ดขาด โดยสั่งการประสานงานร่วมกันหลายหน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพื่อบูรณาการข้อมูลร่วมกัน

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของกลุ่มผู้กระทำความผิดที่มีความชัดเจนแล้วนั้น ปัจจุบันทาง บช.ก. มีข้อมูลและอยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนสอบสวนอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ภาคใต้และภาคกลาง

สำหรับประเด็นสำคัญกรณีรายชื่อผู้เข้าสอบที่มีคะแนนผิดปกติจำนวนสูงถึง 5,924 ราย ตามที่นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาชี้แจงไปก่อนหน้านี้นั้น พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ในขณะนี้ทางตำรวจมีฐานข้อมูลเบื้องต้นของกลุ่มดังกล่าวอยู่แล้วจากคณะทำงานตรวจสอบ แต่ในขั้นตอนการปฏิบัติทางคดีอาญา จะต้องรอข้อมูลและมาตรการทางปกครองจากกระทรวงมหาดไทย ที่จะทำการเพิกถอนสิทธิ์ผู้สอบกลุ่มนี้อย่างเป็นทางการเสียก่อน

ทั้งนี้ แนวทางการดำเนินคดีอาญากับกลุ่มผู้เข้าสอบ 5,924 ราย หลังจากถูกเพิกถอนสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ชี้แจงว่า อาจจะมีบางส่วนที่มองว่าตนเองเสียสิทธิและเลือกที่จะเข้าให้การกับ ป.ป.ช. โดยตรง ซึ่งหากรายใดให้การเป็นประโยชน์ก็อาจจะถูกกันไว้เป็นพยานในคดี แต่หากบุคคลใดมีพยานหลักฐานมัดตัวแน่นหนาว่ามีพฤติการณ์ตั้งใจจ่ายเงินเพื่อทุจริตสอบ ก็จะต้องถูกดำเนินคดีอาญาในฐานะ “ผู้ถูกกล่าวหา”

Advertisement

ผบช.ก. กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากผู้กระทำความผิดในขบวนการนี้ส่วนใหญ่เกี่ยวพันกับเจ้าหน้าที่รัฐ คดีหลักจึงอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นหลัก ซึ่งล่าสุดทาง บช.ก. ได้ส่งข้าราชการตำรวจฝีมือดีจำนวนหนึ่ง เพื่อให้ ป.ป.ช. แต่งตั้งเป็นผู้ช่วยคณะไต่สวนร่วมอย่างเป็นทางการ เพื่อทำหน้าที่สนับสนุนการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน

อย่างไรก็ตาม คาดว่าภายในช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ทาง บช.ก. จะมีการส่งมอบและสรุปรายงานความคืบหน้าทางคดีในส่วนที่รับผิดชอบทั้งหมด และหากการตรวจสอบข้อกฎหมายรวมถึงพยานหลักฐานต่างๆ เสร็จสิ้นรัดกุมดีแล้ว ทางสอบสวนกลางเตรียมที่จะขยายผลผู้อยู่เบื้องหลังขบวนต่อไป