หน้าแรก ในประเทศ 5,924 ขรก.อ่ว...

5,924 ขรก.อ่วมอีก ตร.จ่อฟันอาญาโกงสอบท้องถิ่น เช็กบิลหลังมท.ถอนบรรจุ

19.07.26 | 06:20 น.

5,924 ขรก.อ่วมอีก ตร.จ่อฟันอาญาโกงสอบท้องถิ่น เช็กบิลหลังมท.ถอนบรรจุ พบโยงกลุ่มภาคกลาง-ใต้ ลุยสาวถึงคนอยู่เบื้องหลัง

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนคดีทุจริตโกงสอบท้องถิ่นว่า บช.ก. ได้รับคำสั่งตรงจากนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างเด็ดขาด โดยสั่งการประสานงานร่วมกันหลายหน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพื่อบูรณาการข้อมูลร่วมกัน

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนของกลุ่มผู้กระทำความผิดที่มีความชัดเจนแล้วนั้น ปัจจุบันทาง บช.ก. มีข้อมูลและอยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนสอบสวนอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ภาคใต้และภาคกลาง

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับประเด็นสำคัญกรณีรายชื่อผู้เข้าสอบที่มีคะแนนผิดปกติจำนวนสูงถึง 5,924 ราย ตามที่นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาชี้แจงไปก่อนหน้านี้นั้น พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ในขณะนี้ทางตำรวจมีฐานข้อมูลเบื้องต้นของกลุ่มดังกล่าวอยู่แล้วจากคณะทำงานตรวจสอบ แต่ในขั้นตอนการปฏิบัติทางคดีอาญา จะต้องรอข้อมูล และมาตรการทางปกครองจากกระทรวงมหาดไทย ที่จะทำการเพิกถอนสิทธิ์ผู้สอบกลุ่มนี้อย่างเป็นทางการเสียก่อน

สำหรับแนวทางการดำเนินคดีอาญากับกลุ่มผู้เข้าสอบ 5,924 ราย หลังจากถูกเพิกถอนสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ชี้แจงว่า อาจจะมีบางส่วนที่มองว่าตนเองเสียสิทธิและเลือกที่จะเข้าให้การกับ ป.ป.ช.โดยตรง ซึ่งหากรายใดให้การเป็นประโยชน์ก็อาจจะถูกกันไว้เป็นพยานในคดี แต่หากบุคคลใดมีพยานหลักฐานมัดตัวแน่นหนาว่า มีพฤติการณ์ตั้งใจจ่ายเงินเพื่อทุจริตสอบ ก็จะต้องถูกดำเนินคดีอาญาในฐานะ “ผู้ถูกกล่าวหา”

Advertisement

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า เนื่องจากผู้กระทำความผิดในขบวนการนี้ส่วนใหญ่เกี่ยวพันกับเจ้าหน้าที่รัฐ คดีหลักจึงอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นหลัก ซึ่งล่าสุดทาง บช.ก. ได้ส่งข้าราชการตำรวจฝีมือดีจำนวนหนึ่ง เพื่อให้ ป.ป.ช. แต่งตั้งเป็นผู้ช่วยคณะไต่สวนร่วมอย่างเป็นทางการ เพื่อทำหน้าที่สนับสนุนการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม คาดว่าภายในช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ทาง บช.ก. จะมีการส่งมอบและสรุปรายงานความคืบหน้าทางคดีในส่วนที่รับผิดชอบทั้งหมด และหากการตรวจสอบข้อกฎหมายรวมถึงพยานหลักฐานต่างๆ เสร็จสิ้นรัดกุมดีแล้ว ทางสอบสวนกลางเตรียมที่จะขยายผลผู้อยู่เบื้องหลังขบวนต่อไป

นายบรรณ แก้วฉ่ำ หนึ่งในคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กล่าวว่า หากจะเพิกถอนการบรรจุผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริตในการสอบ นายก อปท.ต้นสังกัดจะต้องเป็นผู้ลงนามในคำสั่งเพิกถอน จึงจะมีผลให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากตำแหน่ง นอกจากนี้หากผู้ถูกเพิกถอนเห็นว่าคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็มีสิทธิยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง โดยผู้ถูกฟ้องจะเป็นนายก อปท.ผู้ลงนามคำสั่ง เนื่องจากเป็นผู้ใช้อำนาจทางปกครองที่มีผลกระทบต่อสิทธิของบุคคลโดยตรง มติของคณะกรรมการต่างๆ หรือคำสั่งในระดับนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการกลาง หน่วยงานส่วนกลาง หรือคำกล่าวของผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ล้วนไม่มีผลโดยตรงให้ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากราชการ หากยังไม่มีคำสั่งเพิกถอนจากนายก อปท.ผู้มีอำนาจตามกฎหมาย