ตร.จ่อแจ้งข้อหาโกงสอบอีก 11 คน อัยการธนกฤตชี้มติกสถ.โละ ‘บัญชีผู้สอบได้’ ส่อขัดกม. นายกส.อบจ.ชงยกเครื่อง ก.พ.สอบภาคก. กสถ.จัดภาค ข.ค.
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ในคดีโกงข้อสอบ ที่มี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เป็นประธานทีประชุม เตรียมส่งรายละเอียดบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นให้กับนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในวันที่ 5 สิงหาคม และเย็นวันเดียวกันนี้พนักงานสอบสวนประชุมรายละเอียดทางคดี เพื่อพิจารณาเรียกผู้ที่เกี่ยวข้อง 11 คน ที่พบอยู่บ้านพักแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี ในการตรวจค้นให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา รวมถึงจะพิจารณาเชิญอาจารย์ผู้ทำหน้าที่รับผิดชอบโครงการให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาด้วยเช่นกัน ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการหากพบว่าไป เชื่อมโยงไปถึงบุคคลใดก็จะถูกดำเนินคดีทันทีไม่ละเว้น เนื่องจากกองบังคับการปราบปรามมีหน้าที่ในการรวบรวมพยานหลักฐานก่อนจะส่งรายละเอียดทั้งหมดให้กับ ป.ป.ช. อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเอกสารและพยานหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ จะถูกส่งไปให้นายกรัฐมนตรี เป็นผู้พิจารณาแนวทาง โดยข้อมูลจะถูกส่งมาจาก 2 หน่วยงานงานหลัก คือ คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง จากฝั่งตำรวจ และข้อมูลจาก ป.ป.ช.
นายธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการผู้เชี่ยวชาญ และอาจารย์พิเศษผู้บรรยายกฎหมายวิธีพิจารณาความและกฎหมายพยานหลักฐานหลายมหาวิทยาลัยโพสต์เฟซบุ๊ค ใจความว่า คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้เพิกถอนบัญชีผู้สอบข้าราชการท้องถิ่น เนื่องจากมีการทุจริตแก้ไขคะแนนรสอบ โดยมีมติยกเลิกประกาศการขึ้นบัญชีข้าราชการท้องถิ่น และจะประกาศขึ้นบัญชีใหม่เฉพาะผู้สอบได้โดยสุจริต เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมนั้น เห็นว่า
ตามประกาศคณะกรรมการกลาง (ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด, พนักงานเทศบาล, พนักงานส่วนตำบล) กำหนดไว้ชัดเจนว่า หากทุจริตสอบ กสถ. มีอำนาจเพิกถอนประกาศผลสอบแข่งขัน เฉพาะกรณีพบทุจริตก่อนมีการประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้เท่านั้น แต่ถ้าหลังจากประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ไปแล้ว ให้อำนาจเพิกถอนประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันเป็นของคณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ก.จ.) คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล (ก.ท.) และคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล (ก.อบต.) ดังนั้น กสถ. จึงไม่มีอำนาจเพิกถอนบัญชี ผู้สอบแข่งขันได้ และไม่เป็นคำสั่งทางปกครอง เนื่องจากเป็นการดำเนินการในขั้นตอนเตรียมการและการดำเนินการเพื่อนำไปสู่การออกคำสั่งทางปกครอง จึงเป็นเพียงขั้นตอน “การพิจารณาทางปกครอง” เท่านั้น ยังไม่มีผลกระทบต่อสถานภาพสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมาย ที่จะถือเป็นคำสั่งทางปกครอง โดย “การพิจารณาทางปกครอง” มีความหมายตามมาตรา 5 ของ พ. ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ ว่า “การเตรียมการและการดำเนินการของเจ้าหน้าที่เพื่อจัดให้มีคำสั่งทางปกครอง”
นายธนกฤต กล่าวว่า มติที่ให้เพิกถอนมติบรรจุแต่งตั้งเดิมนี้จึงยังไม่กระทบกระเทือนต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ผู้สอบได้โดยตรง จนกว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นสังกัดจะนำมตินั้นไปออกคำสั่งทางปกครองให้ผู้ที่สอบได้พ้นจากตำแหน่ง ดังนั้น มติ กสถ. ที่ยกเลิกประกาศการขึ้นบัญชีข้าราชการท้องถิ่นที่ได้ขึ้นบัญชีแล้ว จึงไม่เป็นคำสั่งทางปกครอง
“เพราะฉะนั้น กสถ.ควรยกเลิกประกาศการขึ้นบัญชีข้าราชการท้องถิ่นที่ได้ขึ้นบัญชีแล้วให้ถูกต้องตามประกาศคณะกรรมการกลาง (ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด, พนักงานเทศบาล, พนักงานส่วนตำบล) เรื่อง มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการสอบแข่งขัน พ.ศ. 2560 ข้อ 30 โดยให้คณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ก.จ.) คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล (ก.ท.) และคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล (ก.อบต.) เป็นยกเลิกประกาศการขึ้นบัญชี เพื่อไม่ให้เกิดกรณีโต้แย้งว่า การยกเลิกประกาศการขึ้นบัญชี ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นประกาศการขึ้นบัญชีข้าราชการท้องถิ่นจึงยังไม่ถูกยกเลิก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นสังกัดจึงยังไม่มีอำนาจออกคำสั่งให้ผู้ที่สอบได้พ้นจากตำแหน่ง หากออกคำสั่งไปย่อมเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย “นายธนกฤตระบุ
นายอนุวัธ วงศ์วรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)แพร่ และ นายกสมาคมอบจ.แห่งประเทศไทย กล่าวว่า เพื่อป้องกันการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่นต่อไป ควรต้องกำหนดมาตรการรัดกุมเช่น การแต่งตั้งคณะกรรมการทำสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ควรเพิ่ม ป.ป.ช. เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ, การจัดทำร่างขอบเขตของงาน (TOR) ที่โปร่งใส ที่สำคัญควรประกาศผลการสอบให้รวดเร็ว ไม่ควรทิ้งระยะเวลาการประกาศไว้นาน เพราะทำให้เกิดช่องว่างการทุจริตในการแก้ไขผลคะแนนได้ และหน่วยงานในการจัดสอบ ควรเป็นส่วนกลาง โดยการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) ควรให้สำนักงาน ก.พ.สอบ เมื่อผู้ที่สอบผ่านภาค ก ได้รับหนังสือรับรองจากก.พ.แล้ว ควรให้ กสถ. เป็นผู้จัดสอบในภาค ข และ ภาค ค ต่อไป จะทำให้เกิดความมีมาตรฐานและเป็นธรรม โดยใช้ระบบข้อสอบมาตรฐานเดียวกัน

