ประชุมสภา กทม. ครั้งแรก ชัชชาติ เผย ปลัด กทม. สั่ง ผอ.เขตจตุจักรช่วยราชการ เข้มตรวจสถานที่เสี่ยงไฟไหม้ทั่วกรุง เผย 3 วันตรวจ 824 แห่ง ปิดแล้ว 56 แห่ง พร้อมสอบปม พ่อทิพย์แม่ทิพย์
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 กรกฎาคม ที่หน้าห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) การประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 1) ประจำปีพุทธศักราช 2569 โดยมี น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายวิศณุ ทรัพย์สมพล, น.ส.ทวิดา กมลเวชช, นายศานนท์ หวังสร้างบุญ และ นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) คณะผู้บริหาร ผู้อำนวยการเขต 50 เขต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มการประชุม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยมีผู้สื่อข่าวจากหลายสำนักร่วมซักถามในประเด็นต่างๆ
โดยนายชัชชาติตอบคำถามความคืบหน้า กรณีเหตุการณ์ไฟไหม้ที่ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว มีการทบทวนและหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะทาง โดยเฉพาะตำรวจและเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร มีการปรับปรุงเรื่องเช็กลิสต์ โดยใช้ข้อที่พบจากเหตุการณ์ไฟไหม้และมีการปรับปรุง ตามอำนาจ พ.ร.บ.สาธารณสุข ดูสถานประกอบการที่อันตราย ซึ่งครอบคุมหลายมิติ มีการพัฒนาเช็กลิสต์ใหม่ ตามข้อมูลที่ได้ในช่วง 3 วัน สถานประกอบการที่ดูแลอยู่ 1,091 แห่ง สถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการ ซึ่งไม่ใช่สถานบริการ และสถานบริการเป็นกฎหมายที่ทางตำรวจรับผิดชอบ อาจจะเกือบ 200 แห่ง ตรวจไปแล้วในช่วง 3 วันที่ผ่านมา 824 แห่ง ผ่าน 100% 217 แห่ง สถานที่ที่ให้ปรับปรุงเพิ่มเติม 551 แห่ง และสั่งให้ปิดบริการไปแล้ว 56 แห่ง ตามกฎหมายฉบับนี้มีการอนุญาตให้ไปปรับปรุงได้ กรณีที่ไม่ได้ผิดรุนแรงมาก ถ้าผิดรุนแรง ก็สั่งให้ปิดบริการไป
“จริงๆ ต้องตรวจสอบต่อเนื่องตลอด 2 เดือนนี้ และตรวจซ้ำ และมีบางอย่างต้องให้ตรวจด้วยตนเอง พร้อมเสนอกลับมาด้วย เช่น ระบบสายไฟต่างๆ ติดระบบตัวโฟม ป้องกันฉนวนป้องกันเสียง บางทีเราเข้าไปตรวจก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นโฟมชนิดเป็นแบบไหน ต้องให้ทางผู้ประกอบการตรวจยืนยันเพิ่มเติม“ นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติกล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีทราฟฟี่ฟองดูว์ มีคนแจ้งเข้ามา 27 เรื่อง ระหว่างนี้ให้ประชาชนแจ้งเหตุเข้ามา และจะเร่งดำเนินการ วันเสาร์-อาทิตย์นี้ จะมีการเชิญผู้ประกอบการทั้งหมด ที่มีสถานประกอบการเข้ามาพูดคุย และให้ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องเช็กลิสต์ต่างๆ ที่เราให้ไปเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน คงต้องให้ผู้ประกอบการมีจิตสำนึก ในการดูแลเรื่องความปลอดภัยและเข้าใจในข้อที่จะตรวจตรงกัน

ผู้สื่อข่าวถามเพิ่มเติมว่า ประเด็นดังกล่าวอาจไม่ได้จำกัดเฉพาะสถานประกอบการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสถานที่อื่นๆ ด้วยหรือไม่? เนื่องจากเมื่อวานนี้มีประชาชนร้องเรียนกรณีสนามมวย
นายชัชชาติตอบว่า ต้องดูอย่างครอบคลุมทั้งหมด กล่าวคือในกฎหมายควบคุมอาคาร จะมีสถานชุมนุม สถานมหรสพ สถานบริการ ถ้าเป็นสถานชุมนุมจะมีกฎควบคุมอาคารที่มีความเข้มข้นขึ้น เช่น ต้องมีผู้ตรวจสอบอาคารรายละเอียดทุกๆ 5 ปี และทุก 1 ปีต้องมีการตรวจสอบ
“ตอนนี้อยู่ประมาณ 14,000 แห่ง ที่เข้าข่าย เข้าใจว่าสนามมวยอยู่ในนี้ด้วย ซึ่งตรงนี้ต้องให้ผู้ตรวจสอบอาคารอิสระเข้ามาตรวจสอบ และเราต้องทบทวนว่ามีการส่งรายงานถูกต้องหรือไม่” นายชัชชาติกล่าว
จากนั้น นายชัชชาติได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ปลัด กทม.ได้สั่งการไปทาง ผอ.เขตจตุจักรให้เข้ามาช่วยราชการตั้งแต่วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม เพื่อให้การสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างเรียบร้อย
“ให้เวลาทาง ผอ.เขต 4-5 วัน เพื่อเคลียร์งานในพื้นที่ก่อน และให้เข้าช่วยราชการต่อ มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนไปแล้ว 2 เรื่อง เรื่องแรก คือ เรื่องการเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะลาดพร้าวแต่ให้ดูในภาพรวมทั้งหมด
เรื่องที่ 2 คือ พ่อทิพย์ แม่ทิพย์ ที่ไปดูกระบวนการว่าตอนนี้มีปัญหาอย่างไร ได้มีการสั่งให้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเพิ่มของกรณีลู่วิ่ง ได้มีการสั่งตรวจสอบให้ครบถ้วน ตามที่มีคนเสนอแนะมาแล้วที่ผ่านมาเราดำเนินการไม่เสร็จเรื่องขยายผล เรื่องที่ค้างอยู่ให้ดำเนินการต่ออย่างเคร่งครัด
ในส่วนของเวลาในการดำเนินการ จริงๆ ภายใน 30 วัน แต่มีโอกาสที่จะขยายเวลา เพราะได้ข้อมูลยังไม่ครบ ต้องให้โอกาสทุกหน่วยงาน ให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในการดำเนินงาน และได้เร่งรัดให้ทำทุกอย่างให้ถูกต้องและเน้นย้ำว่า ให้มีมาตรการที่เข้มข้นที่สุด
อย่างที่มีกรณีที่เจ้าหน้าที่บุคคลหนึ่งได้มีข้อกล่าวหาว่ามีการพัวพันกับเรื่องพ่อทิพย์-แม่ทิพย์ ทางกรุงเทพมหานครได้ให้ออกจากราชการไปแล้ว เป็นสิ่งที่ต้องจริงจังและให้ดำเนินการตามระเบียบที่มีอย่างเคร่งครัด” นายชัชชาติกล่าว ก่อนย้ำว่า กรณีการสั่งย้ายผู้อำนวยการเขตจตุจักร จริงๆ แล้วไม่ได้ย้าย แต่ให้มาช่วยราชการก่อน เพื่อให้การตรวจสอบต่างๆ ทำได้ดีมากขึ้น เพราะเชื่อว่าเป็นเรื่องใหญ่ ต้องไปดูว่ามีปัญหาอะไรในส่วนนี้ไหม
“ตอนนี้ยังไม่ได้บอกว่ามีความผิดอะไร มีการตรวจสอบเพื่อความสบายใจในทุกฝ่าย เชื่อว่าส่วนหนึ่งจะได้ให้ ผอ.เขต มีเวลาในการตั้งหลัก ทบทวนตนเองด้วย เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ใหญ่มาก และอาจจะให้ท่านอื่นมาทำหน้าที่นี้ได้อย่างเต็มที่มากขึ้น” นายชัชชาติกล่าว




