ผบช.ก.เผย ป.ป.ช.กัน 11 ผู้ต้องหาเป็นพยาน โกงสอบท้องถิ่น จ่อฟันจนท.รัฐ เอี่ยววางแผน แก้ข้อสอบ

22.07.26 | 15:47 น.

ผบช.ก.แจงปมผู้ต้องหา 11 ราย ถูก ป.ป.ช. กันไว้เป็นพยานแล้ว จ่อฟันรายใหม่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ พบเอี่ยววางแผนและแก้ไขข้อสอบเพิ่มเติมด้วย

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เปิดเผยความคืบหน้าคดีทุจริตการสอบกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) ว่าภาพรวมคดีหลักๆ อยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช. โดยในส่วนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางนั้นได้รับแจ้งความจากกระทรวงมหาดไทย (มท.) และ สถ.กรณีเอกสารข้อสอบเล็ดลอดออกมานั้น ได้มีการสืบสวนจนทราบเส้นทางการรับเอกสารและผู้สั่งการแก้ไข จนนำไปสู่การออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง 3 ราย ซึ่งสามารถจับกุมได้แล้วทั้งหมดแล้ว

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์กล่าวต่อว่า จากการสืบสวนพบข้อเท็จจริงว่า น่าจะมีเจ้าพนักงานของรัฐเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำให้เอกสารเล็ดลอดออกมา โดยขอเวลาอีก 2-3 วันในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการเอาผิดกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว ทั้งนี้ คดีทั้งหมดอยู่ในความดูแลของ ป.ป.ช. ทราบว่าได้ตั้งคณะไต่สวนพิเศษขึ้นมาดำเนินการแล้ว

สำหรับบุคคล 11 รายที่ถูกออกหมายจับในส่วนนี้ ป.ป.ช.ได้กันไว้เป็นพยาน โดยตำรวจได้ประสานงานกับ ป.ป.ช.อย่างใกล้ชิด มุ่งไปที่ผู้ร่วมวางแผนและผู้ทำการแก้ไข ซึ่ง ป.ป.ช.ได้รับตัวไปสอบปากคำเรียบร้อยแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐที่มีข้อมูลพัวพันนั้น ต้องขออุบรายละเอียดระดับของเจ้าหน้าที่ไว้ก่อน เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านเวลาในการรายงาน ป.ป.ช.ด้วย

สำหรับกระแสข่าวผู้เกี่ยวข้องที่ว่ามียศใหญ่กว่าจ่าพิชิตที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์กล่าวว่า กรณีของจ่าพิชิตเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการสอบ และถูกดำเนินคดีในข้อหาตามที่ได้แถลงไปแล้ว แต่ในกรณีนี้ผู้ต้องหาเป็นเจ้าพนักงานของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งจากข้อมูลทั้งหมดคงอยู่ระหว่างตรวจสอบให้แน่ชัดว่ามีความชัดเจนเพียงพอที่จะใช้ดำเนินคดีหรือไม่

สำหรับการรายงานข้อมูลต่อนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี น่าจะไม่เกินวันที่ 5 สิงหาคมนี้ เนื่องจากคดีหลักอยู่ที่ ป.ป.ช. และ ผบช.ก.เป็นหนึ่งในคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง มีหน้าที่เสนอแนะแนวทางป้องกันการทุจริตสอบเข้ารับราชการในอนาคตด้วย

Advertisement

ส่วนกรณีการยกเลิกการประชุมที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างกะทันหัน ผบช.ก.ยืนยันว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด เป็นเพียงการทำหน้าที่ในฐานะคณะทำงานที่เร่งรัดรวบรวมข้อมูลให้สอดคล้องกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณาแนวทางดำเนินการต่อไปเท่านั้น