หน้าแรก ในประเทศ ไทยทำสำเร็จ ร...

ไทยทำสำเร็จ รักษามาตรฐานอนุรักษ์มรดกโลก เวที UNESCO ยืนยัน ไม่มีแหล่งใดถูกขึ้นบัญชี ภาวะอันตราย

22.07.26 | 17:02 น.

ไทยรักษามาตรฐานการอนุรักษ์มรดกโลก เวที UNESCO ยืนยันไม่มีแหล่งใดขึ้นบัญชีมรดกโลกในภาวะอันตราย

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเทศไทยได้รับข่าวดีจากการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยไม่มีแหล่งมรดกโลกของไทยแห่งใดถูกเสนอให้บรรจุในบัญชีมรดกโลกในภาวะอันตราย (List of World Heritage in Danger) สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการอนุรักษ์และบริหารจัดการแหล่งมรดกโลกของประเทศไทยที่เป็นไปตามพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากการขับเคลื่อนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

โดยนโยบายจากนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งยกระดับการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหน่วยงานประสานงานกลางอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกของประเทศไทย ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานเจ้าของพื้นที่และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการติดตาม เฝ้าระวัง และประเมินสถานภาพการอนุรักษ์ของแหล่งมรดกโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมผลักดันมาตรการบริหารจัดการพื้นที่ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อธำรงรักษาคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล (Outstanding Universal Value : OUV) ของแหล่งมรดกโลกให้คงอยู่สืบไป

ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ได้มีการพิจารณาวาระที่ 7A เรื่อง รายงานสถานภาพการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีมรดกโลกในภาวะอันตราย (State of Conservation of World Heritage Properties Inscribed on the List of World Heritage in Danger) ซึ่งเป็นวาระสำคัญของการประชุมที่ใช้ติดตามสถานภาพของแหล่งมรดกโลกทั่วโลก ที่กำลังเผชิญภัยคุกคามซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

จากผลการประชุมครั้งนี้นับเป็นข่าวดีของประเทศไทย เนื่องจากไม่มีแหล่งมรดกโลกของไทยถูกเสนอชื่อให้บรรจุในบัญชีมรดกโลกในภาวะอันตราย สะท้อนให้เห็นว่าการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ การบริหารจัดการพื้นที่ และการติดตามสถานภาพแหล่งมรดกโลกของประเทศไทยยังคงเป็นไปตามพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก และสามารถรักษาคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลของแหล่งมรดกโลกไว้ได้อย่างต่อเนื่อง

Advertisement

อย่างไรก็ตาม การได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกไม่ได้หมายความว่าภารกิจจะสิ้นสุดลง แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความรับผิดชอบในการดูแลรักษาแหล่งมรดกโลกในระยะยาว รัฐภาคีและหน่วยงานที่รับผิดชอบจำเป็นต้องจัดทำแผนบริหารจัดการพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทั้งด้านการอนุรักษ์ การใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างเหมาะสม การบริหารจัดการการท่องเที่ยว การจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ การมีส่วนร่วมของชุมชน ตลอดจนการติดตามและรายงานสถานภาพการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลไว้

หากรัฐภาคีไม่สามารถบริหารจัดการแหล่งมรดกโลกได้อย่างเหมาะสม หรือปล่อยให้คุณค่าของแหล่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง คณะกรรมการมรดกโลกอาจพิจารณาบรรจุแหล่งดังกล่าวไว้ในบัญชีมรดกโลกในภาวะอันตราย และหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น จนส่งผลให้คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลสูญเสียไปอย่างไม่อาจฟื้นคืนได้ คณะกรรมการมรดกโลกสามารถพิจารณาถอดถอนแหล่งนั้นออกจากบัญชีมรดกโลกได้ที่ผ่านมา

มีตัวอย่างแหล่งมรดกโลกที่ถูกถอดถอนจากบัญชีมรดกโลกแล้ว ได้แก่ Dresden Elbe Valley ประเทศเยอรมนี ซึ่งถูกถอดถอนในปี พ.ศ.2552 จากการก่อสร้างสะพานคอนกรีตขนาดใหญ่ที่ตัดผ่านภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมของหุบเขา ส่งผลให้ความสมบูรณ์และคุณค่าของภูมิทัศน์ดั้งเดิมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หรือ Liverpool-Maritime Mercantile City ประเทศสหราชอาณาจักร ซึ่งถูกถอดถอนในปี พ.ศ.2564 เนื่องจากการพัฒนาโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่บริเวณริมน้ำ รวมถึงสนามฟุตบอลแห่งใหม่ ส่งผลกระทบต่อความเป็นของแท้และความสมบูรณ์ของแหล่งมรดกโลก