หน้าแรก ในประเทศ ช่างสักหอบลูก...

ช่างสักหอบลูกขี่จยย. 160 กม. ร้องถูกเมียใหม่ ลูกติด 5 คน ยืมเงินเกือบล้าน หลอกจนหมดตัว

22.07.26 | 18:58 น.

เปิดใจช่างสักดัง หอบลูก 8 ขวบ ขี่มอเตอร์ไซค์ 160 โล ร้อง ‘สายไหมต้องรอด’ ถูกเมียยืมเกือบล้าน หลอกจนสิ้นเนื้อประดาตัว

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่สำนักงานเพจสายไหมต้องรอด นายสมโภชน์ อายุ 48 ปี ช่างสักยันต์ชื่อดังจากอำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี ได้ตัดสินใจขี่รถจักรยานยนต์พาลูกชายวัย 8 ขวบ ซ้อนท้ายเดินทางไกลกว่า 162 กิโลเมตร โดยออกเดินทางตั้งแต่ช่วงเวลา 03.00 น. เพื่อเข้าขอความช่วยเหลือจากเพจ “สายไหมต้องรอด” หลังจากตกเป็นเหยื่อถูกแม่เลี้ยงเดี่ยวลูกติด 5 คน หลอกลวงยืมเงินต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 6 ปี รวมเป็นเงินมหาศาลถึง 941,440 บาท จนทำให้ชีวิตในปัจจุบันต้องตกอยู่ในภาวะสิ้นเนื้อประดาตัว และเหลือเงินติดบัญชีเพียง 2,000 กว่าบาทเท่านั้น

สำหรับจุดเริ่มต้นของเรื่องราว นายสมโภชน์เปิดเผยว่า ได้รู้จักกับ “นางเล็ก” คู่กรณี ผ่านอดีตภรรยาเมื่อต้นปี 2564 ก่อนจะเริ่มพัฒนาความสัมพันธ์พูดคุยกันในเชิงคู่รักเมื่อเดือนพฤษภาคม ปีเดียวกัน จนกระทั่งวันที่ 18 มิถุนายน 2564 ทั้งสองได้ตกลงคบหากันเป็นแฟน แม้จะไม่ได้แต่งงานหรือจดทะเบียนสมรส โดยนางเล็กจะเดินทางมาหาที่บ้านเดือนละ 1-2 ครั้ง

หลังจากนั้นเพียงไม่นาน ในวันที่ 27 กรกฎาคม นางเล็กเริ่มขอยืมเงินเป็นครั้งแรกจำนวน 5,000 บาท โดยอ้างว่าจะนำไปซื้อแท็บเล็ตให้ลูกชายที่กำลังบวชเรียน และหลังจากนั้นก็เริ่มหยิบยืมเงินเรื่อยมามากกว่า 200 ครั้ง ผ่านบัญชีธนาคารหลายบัญชี โดยมักสร้างเรื่องและอ้างเหตุผลสารพัด ไม่ว่าจะเป็นการป่วยหนัก พ่อเลี้ยงเสียชีวิต แม่เสียชีวิต หรือประสบอุบัติเหตุ ซึ่งครั้งที่มีการโอนเงินจำนวนมากที่สุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2567 เป็นเงินสูงถึง 50,000 บาท เนื่องจากนางเล็กอ้างว่าต้องนำเงินไปชดใช้หนี้นอกระบบแทนน้องสาวต่างพ่อที่กำลังโดนเจ้าหนี้ขู่ฆ่าเอาชีวิต

สาเหตุสำคัญที่ทำให้นายสมโภชน์ยอมโอนเงินให้เรื่อยมา เป็นเพราะความสงสารต่อปัญหาชีวิตที่อีกฝ่ายนำมาอ้าง ประกอบกับมองว่านางเล็กเป็นภรรยาของตน นอกจากนี้ นางเล็กยังเคยอ้างว่ามีเงินฝากในธนาคารสูงถึง 5 ล้านบาท ซึ่งจะได้รับดอกเบี้ยเดือนละ 30,000 บาท และสัญญาว่าจะถอนเงินทั้งหมดมาคืนให้ในวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา แต่เมื่อถึงกำหนดกลับไม่มีการคืนเงินแม้แต่บาทเดียว ยิ่งไปกว่านั้น นายสมโภชน์ยังต้องไปกู้หนี้ยืมสินจากญาติมาอีก 10,000 บาท จนปัจจุบันต้องพยายามตัดใจขายทรัพย์สินทั้งรถและของใช้ส่วนตัวเพื่อนำเงินไปใช้หนี้คืนญาติ ขณะที่ตนเองยังมีภาระต้องหาเงินมาดูแลพ่อแม่ที่ป่วยติดเตียงทุกวัน

Advertisement

วิบากกรรมของช่างสักยันต์รายนี้ยิ่งซ้ำร้ายเมื่อนางเล็กได้ขาดการติดต่อนัดหมายและหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา เมื่อนำหลักฐานไปแจ้งความที่ สภ.เลาขวัญ กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิเสธ โดยระบุว่าเป็นเรื่องทางแพ่งที่ต้องไปจ้างทนายความฟ้องร้องศาลเอาเอง ไม่สามารถรับทำคดีให้ได้ นายสมโภชน์จึงต้องขับขี่รถจักรยานยนต์พาลูกชายเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อขอความช่วยเหลือจากเพจสายไหมต้องรอด พร้อมส่งข้อความถึงนางเล็กว่าหากดูข่าวอยู่ขอให้รับโทรศัพท์และกลับมาพูดคุยเจรจาเรื่องการชดใช้หนี้สิน

ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้ให้ความเห็นถึงกรณีดังกล่าวว่า แม้เงินบางส่วนอาจมองเป็นการให้โดยเสน่หาจากความสัมพันธ์คู่รัก แต่เงินอีกหลายส่วนเข้าข่ายคดีฉ้อโกงอย่างชัดเจน เนื่องจากมีการกุเรื่องเท็จขึ้นมาหลอกลวง เช่น การอ้างว่าญาติเสียชีวิตเพื่อขอเงิน ซึ่งพนักงานสอบสวนมีหน้าที่ต้องเรียกตัวนางเล็กมาสอบคำให้การและพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่ามีญาติเสียชีวิตจริงตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ เพราะผู้เสียหายให้เงินไปโดยเจตนาบริสุทธิ์เพื่อช่วยเหลือ หลังจากนี้ตนจะทำการประสานไปยังผู้กำกับการ สภ.เลาขวัญ โดยตรง เพื่อเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งความและดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อยื่นมือเข้าช่วยเหลือผู้เสียหายที่กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักในขณะนี้