รปภ.หญิง ฉุนถูกร้องเรียน โดนย้ายงาน ชวนสามียกก๊วนรุมทำร้ายหัวหน้า สุดท้ายผิดตัว คนเจ็บโร่แจ้งตร.

22.07.26 | 19:02 น.

รปภ.สาว ฉุนถูกหัวหน้าสั่งย้ายงาน ตามผัว-เพื่อนผัว รุมกระทืบหัวหน้ากลางถนน คดีพลิกกระทืบผิดตัว คนเจ็บแจ้งความคดีไม่คืบ เข้าร้องเพจสายไหมช่วย

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่สำนักงานเพจสายไหมต้องรอด รปภ.หญิง พร้อมแฟนหนุ่ม เจ้าหน้าที่ห้องคอนโทรลของบริษัทแห่งหนึ่งย่านถนนจันทน์ เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับเพจสายไหมต้องรอด หลังแฟนหนุ่มถูกกลุ่มชายปริศนาขี่รถจักรยานยนต์ 3 คัน ดักประกบปาดหน้าและเข้ารุมทำร้ายร่างกายระหว่างเดินทางกลับจากทำงานจนได้รับบาดเจ็บ โดยเชื่อว่าสาเหตุมาจากความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเหตุร้องเรียนภายในหน่วยงาน

ภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่บันทึกเหตุการณ์ขณะผู้เสียหายทั้ง 2 คนขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์กลับที่พักหลังเลิกงาน โดยมีกลุ่มชายขี่รถจักรยานยนต์ติดตามมาทั้งหมด 3 คัน รวมผู้ก่อเหตุ 5 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้ชาย เมื่อมาถึงบริเวณใกล้โรงเรียนอนุบาล กลุ่มรถจักรยานยนต์ดังกล่าวได้ขี่ประกบและปาดหน้าบังคับให้ผู้เสียหายชะลอจนต้องหยุดรถ จากนั้นชายในกลุ่มได้ลงมารุมทำร้ายร่างกายแฟนหนุ่มของผู้เสียหายทันที

น.ส.เอ (นามสมมุติ) รปภ.หญิง ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนและแฟนหนุ่มทำงานที่บริษัทดังกล่าวมานานราว 8-9 ปี โดยเหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 มีลูกค้ารายหนึ่งโพสต์ร้องเรียนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ รปภ.ผ่านทางเฟซบุ๊ก พร้อมแท็กถึงผู้บริหารระดับสูง ส่งผลให้มีการแจ้งข้อมูลลงในกลุ่มไลน์ของหน่วยงาน และทำให้ รปภ.หญิง รายที่ถูกร้องเรียนถูกสั่งเปลี่ยนตัวออกจากพื้นที่ปฏิบัติงานในวันนั้นทันที แต่ต่อมา รปภ.หญิง คนดังกล่าวกลับเข้าใจผิดและเข้ามาพิมพ์ในกลุ่มไลน์บริษัท กล่าวหาว่าตนเป็นคนโพสต์ร้องเรียน ทำให้เขาต้องออกจากงาน ซึ่งตนยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการร้องเรียนดังกล่าว แต่ก็เลือกที่จะเงียบและไม่ได้โต้ตอบแต่อย่างใด

น.ส.เอเล่าว่า กระทั่งช่วงเช้าวันที่ 25 มิถุนายน ขณะซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์แฟนหนุ่มเดินทางกลับบ้าน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ กลุ่มคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ 3 คันเข้ามาปาดหน้าดักรอ และพูดข่มขู่ขึ้นมาว่า “มึงเป็นหัวหน้าชุดแล้วเก๋าเหรอ” ก่อนจะเปิดฉากตบใบหน้าและต่อยแฟนหนุ่มของตนหลายครั้ง ขณะที่แฟนหนุ่มยังคงคร่อมอยู่บนรถ ทำได้เพียงยกมือขึ้นป้องกันตัว จากนั้นชายอีก 3 คนในกลุ่มก็ขี่ตามมาสมทบและเข้ารุมทำร้ายจนพอใจ กระทั่งมีพลเมืองดีในพื้นที่เห็นเหตุการณ์และช่วยตะโกนห้าม ทำให้กลุ่มผู้ก่อเหตุพากันขี่รถหลบหนีไป

Advertisement

น.ส.เอกล่าวต่อว่า เหตุการณ์นี้ส่งผลให้แฟนหนุ่มได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้า มีอาการปวดบอบช้ำตามร่างกายหลายวัน เชื่อว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุน่าจะเกิดความเข้าใจผิด คิดว่าแฟนของตนซึ่งเป็นหัวหน้าชุดมีส่วนทำให้ รปภ.หญิงคนดังกล่าวต้องออกจากงาน ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องจริง พร้อมตัดพ้อถึงกลุ่มผู้ก่อเหตุว่าเหตุใดจึงใช้ศาลเตี้ยและเข้ามารุมทำร้ายกันเช่นนี้ ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด และหากวันนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุมีอาวุธร้ายแรง เรื่องราวอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตไปแล้ว

น.ส.เอกล่าวด้วยว่า หลังเกิดเหตุพยายามประสานขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุ แต่ได้รับแจ้งว่าไม่มีภาพตรงจุดทำร้าย จึงเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุมารับโทษ เพื่อความเป็นธรรมและความปลอดภัยในการใช้ชีวิตและการทำงานต่อไป

ขณะที่นายนิรันดร์ เกแง้ว ทีมงานเพจสายไหมต้องรอด ระบุว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐานและภาพกล้องวงจรปิดเบื้องต้นถือว่ามีความชัดเจนมาก เห็นกลุ่มผู้ก่อเหตุขี่รถติดตามผู้เสียหายมาเพื่อรุมทำร้าย หลังจากนี้ทางเพจจะเร่งประสานไปยังผู้กำกับการ สน.ยานนาวา เพื่อติดตามความคืบหน้าและเรียกตัวผู้เกี่ยวข้องหรือบุคคลต้องสงสัยมาสอบปากคำ พร้อมทั้งจะประสานไปยังกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เพื่อขอรับการเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญาต่อไป