ส.ก.สายไหม ตั้งกระทู้ถาม ปมทำหมันหมาแมว คาใจ เจอสัตวแพทย์มองแรง ถ่ายรูปก็ไม่ได้ ชัชชาติ-ทวิดา ลุกเคลียร์
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 1) ประจำปีพุทธศักราช 2569 โดยมี นางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย เป็นประธานในการประชุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระเบียบวาระที่ 3.2 นายสมชาย เวสารัชตระกูล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตสายไหม ตั้งกระทู้ถามสดของ เรื่อง ‘แผนและแนวทางการดำเนินการ จ้างบริษัทเอกชนทำหมันและฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้กับสุนัขและแมวจรจัด’
นายสมชาย กล่าวว่า โครงการที่ท่านผู้ว่าฯ ดำเนินการให้เอกชนมาดำเนินการร่วมกับสำนักอนามัยเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะได้ลดปริมาณสุนัขและแมวจรจัด ซึ่งสถิติโดยประมาณ สุนัขมีไม่ต่ำกว่า 200,000 ตัว แมวมีมากกว่า 200,000 ตัว และอาจจะมากกว่านั้น ทั้งนี้ หากกล่าวแบบภาษาชาวบ้านคือ หมา-แมว ถือเป็นเรื่องสำคัญของพี่น้องประชาชน ส.ก.ในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนต้องได้รับรู้ถึงโครงการต่างๆ แต่กลับไม่ทราบเรื่อง
“สมมุติวันนี้จะไปลงมือทำ 09.00 น. แจ้งส.ก. ตอน 09.30 น. โดยสำนักเลขาฯ แจ้งไป เมื่อไปถึงก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่ทราบเรื่องอะไรเลย ซึ่งเพื่อนสมาชิกในนี้หลายคนได้บ่นให้ฟังว่า เขาก็โดนเช่นเดียวกัน ส.ก.ที่พี่น้องประชาชนเลือกมาเป็นตัวแทนต้องรับทราบ ไม่ใช่ปล่อยให้พี่น้องประชาชนโทรไปถาม ว่าท่านส.ก. วันนี้มีการทำหมันแมว มีการฉีดวัคซีนที่ตรงนี้ ๆ กี่โมง จำนวนเท่าไร แต่ ส.ก.ยังไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่าง ส.ก.บางท่านอาจจะได้ทราบ แต่ผมมาใหม่จึงไม่ทราบ” นายสมชาย กล่าว

นายสมชาย กล่าวต่อไปว่า เมื่อตนไปถึงแล้ว ได้เข้าไปสอบถามพูดคุยกับสัตวแพทย์ ซึ่งบางท่านก็น่ารัก แต่บางท่านสอบถามว่า ตนเป็นใคร มีสิทธิอะไรจึงมาสอบถาม นอกจากนี้ ยังถูกห้ามถ่ายภาพ โดยระบุว่า ‘เป็นความลับ’
“เมื่อผมถึงแล้วก็ไปฝากเนื้อ ฝากตัว ขออนุญาตถามว่านี่คือโครงการจากสำนักอนามัยหรือโครงการเอกชน คุณหมอบางท่านก็น่ารัก แต่บางท่านมองหัวจรดเท้า คุณเป็นใครคุณมีสิทธิอะไร ใช่ครับ ผมไม่ใช่คนของท่านผู้ว่าฯ ผมเป็นคนที่พี่น้องประชาชนเลือกมา ก็อยากรู้ แต่ถ่ายรูปก็ไม่ได้ มันเป็นความลับ ตอบผมมาแบบนี้ ถ้าท่านประธานฯ ลงไปเดินแล้วเจอแบบนี้ที่เขตบางซื่อ จะรู้สึกอย่างไร อยากจะยื่นกระทู้ถามไหม” นายสมชาย กล่าว
นายสมชาย กล่าวต่อไปว่า แม้เจอเหตุการณ์เช่นนี้แล้ว ตนก็ยังดูต่อไป เพื่อจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน เพราะสิ่งที่ทำนั้นมาจากเงินภาษี
“โครงการที่เกิดขึ้นเป็นของท่านผู้ว่าฯ มีการให้เอกชนมาดำเนินการฉีดวัคซีนและทำหมันสุนัขกับแมวจรจัด ผมขอเน้นคำว่า จรจัด เมื่อลงมือทำในระเบียบกำหนดไว้ว่า ต้องแจ้งพิกัดลองจิจูด-ละติจูดที่เท่าไร ชุมชนไหน เวลาตั้งแต่ 08.30 น. ถึง 16.00 น. และต้องเป็นวันราชการเท่านั้น วันหยุดไม่ได้ เมื่อนำไปทำแล้วต้องนำกลับมาส่งคืน ต้องมีเจ้าหน้าที่เขต มีคณะกรรมการชุมชน และที่สำคัญต้องติดตามหลังจากที่ทำเสร็จเรียบร้อยแล้วอีก 10 วัน นี่คือโครงการทั้งหมดที่ผู้ว่าฯได้ดำเนินการ ดังนั้น คำถามแรก คือ สิ่งที่ผมเล่ามาทั้งหมดนี้ถูกต้องหรือไม่” นายสมชาย กล่าว

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลุกขึ้นตอบว่า ก่อนอื่นต้องแจ้งว่า ตนเป็นพันธมิตรกับทุกคน เพราะตรงนี้ทุกคนคือตัวแทนของประชาชนทุกท่าน ฉะนั้นเราเป็นพันธมิตรกับทุกคน ทำงานร่วมกับทุกคนได้
“ก็ขอโอกาสนี้ชี้แจง ไม่มีคนของผม คนของใคร ทุกคนเป็นคนของประชาชนที่เราต้องทำงานร่วมกัน” นายชัชชาติ กล่าว
นายชัชชาติ กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีเรื่องหมาแมวจรจัด เป็นปัญหาใหญ่ของกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ หมาแมว 2 แบบ คือ ‘หมาแมวที่มีเจ้าของ’ กับ ‘หมาแมวจรจัด’ และยังมีคนสับสนเรื่องแนวการปฏิบัติกับหมาแมวจรจัด ว่าคืออะไร
“เราไม่สามารถจับหมาแมวจรจัดทั้งหมดเข้าไปที่ศูนย์ที่เรามีอยู่ได้ว่า หมาแมวจรจัด อย่างที่ท่านสมาชิกเรียนผมว่า มีในตัวเลขไม่หลักหมื่น ก็หลักแสน หลักการคือต้องมีการทำหมันฉีดวัคซีน แล้วปล่อยกลับไปเป็นสุนัข-แมวชุมชน สุดท้ายแล้วเมื่อถึงเวลาพวกเขาจะหมดอายุขัยไป แล้วจำนวนจะค่อย ๆ ลดลง
หลายคนเข้าใจผิด คิดว่าควรจับหมาแมวจรจัดไปที่ศูนย์ประเวศ (ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร ประเวศ) หรืออุทัยธานี (ศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด) แต่ทำอย่างนั้นไม่ได้ แนวคิดที่วิชาการและมูลนิธิต่างๆหารือร่วมกัน คือ ต้องทำหมัน ฉีดวัคซีน และปล่อยกลับสู่พื้นที่ชุมชนให้เป็นหมาแมวชุมชน
ถ้าสุดท้ายเราทำอย่างนี้ได้อย่างทั่วถึง จะทำให้จำนวนหมาแมวจรจัดลดลง แต่กรุงเทพมหานคร หรือประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความใจบุญ คนที่ใจบุญก็จะนำอาหารมาเลี้ยงหมาแมว แต่ไม่ได้เลี้ยงในบ้านตนเอง ทำให้หมาแมวจรจัดเป็นปัญหาที่มีต่อเนื่องมาโดยตลอด” นายชัชชาติ กล่าว ก่อนมอบหมายให้นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งรับผิดชอบสำนักอนามัย ชี้แจงรายละเอียดและแนวทางปฏิบัติต่อไป

นางสาวทวิดา กล่าวว่า โดยปกติแล้ว การดำเนินการจะมี 3 ฝ่ายร่วมกัน อย่างที่ทางท่านสมาชิกกล่าวมา ได้แก่ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ร่วมกับสำนักงานเขต และผู้รับจ้าง ดังนั้น ถ้าเป็นหน่วยของเอกชน ตนไม่แน่ใจว่ามีความกังวลเรื่องของภาพที่ออกไปแล้วอาจมีปัญหาหรือไม่ แต่จะไปทำความเข้าใจให้ใหม่
“ต้องขออภัยท่านสมาชิกจริง ๆ ถ้าไปที่หน่วยแล้วเจ้าหน้าที่อาจจะไม่ได้ยิ้มแย้มหรือทักทาย ขออภัยจริงๆ ปกติแล้วท่านสมาชิกสภาฯ ที่ผ่านมาเข้าไปร่วมกับหน่วยไม่มีปัญหาเลย ร่วมได้เลย สามารถถ่ายรูปร่วมกับหน่วยของเราได้” นางสาวทวิดา กล่าว
จากนั้น นางสาวทวิดา อธิบายว่า หน่วยที่ออกไป มี 2 ลักษณะ คือ สัตว์เลี้ยงและสัตว์จร สำหรับหน่วยสัตว์จร จะมีปัญหามากกว่าในพื้นที่ซึ่งมีบ้านเรือนหนาแน่นอย่างเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน
“การฝังตัวของทีมเอกชนจะค่อนข้างนาน เวลาแจ้ง จะแจ้งเวลาคร่าวๆ เป็นสัปดาห์ ว่าจะเป็นสัปดาห์นี้ ที่เขาจะไปฝังตัวอยู่ตามจุดที่มีการแจ้งว่ามีการพบเห็นสัตว์จร
สัตว์จรพวกนี้จับยาก โดยเฉพาะแมว เพราะฉะนั้น เมื่อจับมาแล้ว จะต้องค้างหนึ่งคืนก่อนที่ทำหมัน ไม่อย่างนั้นสัตว์จะเป็นอันตราย อาจทำให้ไม่สามารถระบุวันที่แน่นอนสำหรับสัตว์จรได้ แต่สำหรับสัตว์เลี้ยงซึ่งจะมีเจ้าของนำออกมาทำ จะเป็นวันที่แน่นอน หน่วยของเราตอนนี้ทำทุกวัน จันทร์-อาทิตย์ การออกหน่วยหนึ่งครั้งจะต้องทำ 100-200 ตัว ตามข้อมูลที่จดทะเบียนมา
โดยรอบหนึ่งๆ ถ้าเป็นสัตว์เลี้ยง ทางสำนักอนามัยจะต้องส่งตารางการออกของเดือนหน้าทั้งเดือนให้สำนักเลขาสภาฯทราบ ไม่น้อยไปกว่า 2 สัปดาห์ก่อนวันที่ 1 ของเดือนถัดไปจะเริ่มขึ้น อย่างของเดือนกรกฎาคมถูกส่งมาที่สภาฯ ในวันที่ 17 มิถุนายน ดังนั้น schedule ของสัตว์เลี้ยงจะดีกว่าตารางที่เป็นของสัตว์จร ฉะนั้นขออนุญาตรับท่านสมาชิกว่า ตารางของสัตว์จร ที่เอกชนจะแจ้งล่วงหน้าว่าสัปดาห์ไหนจะไปลงในพื้นที่ไหน จะพยายามให้ตารางมีความแม่นยำมากที่สุด และจะแจ้งให้กับทางสำนักงานเลขาสภากทม.ได้ทราบ” นางสาวทวิดา กล่าว



