ชายมีประวัติป่วยจิตเวช โพสต์พาดพิงสถาบัน โดนรุมทำร้าย จนฟกช้ำ ซ้ำถูกเอาผิดคดี ม.112
จากกรณีผู้ใชเฟซบุ๊กบางราย อ้างตัวเป็นกองเรือนรกทีมเฉพาะกิจเพื่อประชาชน หรือกองเรือนรก ถ่ายทอดสดกิจกรรมที่เผยให้เห็นคนจำนวนหนึ่งเฝ้าติดตามหาตัว “ชายรายหนึ่ง” ที่ทางกลุ่มอ้างว่าชายรายดังกล่าวมีพฤติกรรมโพสต์คลิปและข้อความพาดพิงสถาบัน ทั้งนี้ เมื่อพบตัวมือโพสต์ ทางกลุ่มได้ทำร้ายร่างกายจนอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บ ก่อนนำตัวชายดังกล่าวไปส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.เตาปูน เหตุเกิดช่วงค่ำวันที่ 22 กรกฎาคมนั้น
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานกรณีที่เกิดขึ้นว่า เวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 22 ก.ค. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับแจ้งเหตุการณ์เกี่ยวกับกรณีกลุ่มบุคคลเข้าทำร้ายร่างกายประชาชนรายหนึ่ง เหตุจากการแสดงออกเกี่ยวกับสถาบัน พร้อมกับมีการแจ้งความมาตรา 112 เอาไว้

ศูนย์ทนายความฯเผยว่า จากการตรวจสอบภายหลังพบว่าบุคคลที่ถูกทำร้ายชื่อ “ธนิต” (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี เคยมีประวัติการรักษาอาการทางจิตเวชในโรงพยาบาลมาตั้งแต่ปี 2550 และเคยถูกคุมขังในเรือนจำระยะหนึ่ง ต่อมาได้รับการปล่อยตัวในช่วงปี 2567 และไม่ได้รับประทานยาที่เกี่ยวกับโรค โดยมีแม่ที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ที่เขาดูแลอยู่
ขณะที่กลุ่มบุคคลที่เข้าทำร้ายร่างกาย ใช้ชื่อกลุ่มว่า “กองเรือนรก” ได้มีการโพสต์ข้อความในลักษณะติดตามตัวมาธนิตมาตั้งแต่เย็นวันที่ 20 ก.ค.2569 โดยมีการระบุว่าจะไล่ล่าตัวภายใน 24 ชั่วโมง ก่อนในช่วงหัวค่ำวันที่ 22 ก.ค.2569 จะเกิดเหตุการณ์ที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวบุกเข้าไปยังที่พักของธนิตย่านดอนเมือง และนำตัวมารุมทำร้ายด้านนอก
จากภาพในคลิปวิดีโอพบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวหลายสิบคนมีการเข้ารุมล้อมธนิต มีผู้นำเท้ากดตัวธนิต ตบหน้าโดยแรงหลายรอบ สะกัดขาให้ล้มก้นกระแทกพื้น เหยียบหัวและตัว กระทุ้งเข่าเข้าช่วงท้อง ตบหัว-ศอกเข้าที่หัว จนเลนส์แว่นของธนิตหลุดจากกรอบ

จากนั้นกลุ่มบุคคลมีการนำตัวธนิตขึ้นรถกระบะไปส่งยัง สน.เตาปูน โดยจากการติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าได้มีผู้มาแจ้งความในคดีตามมาตรา 112 ไว้ที่สถานีตำรวจดังกล่าว ตั้งแต่ในช่วงวันที่ 21 ก.ค.2569 แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้มีการออกหมายเรียก หรือไปขอออกหมายจับใดๆ โดยหลังกลุ่มบุคคลดังกล่าวนำตัวมาส่งตำรวจ ยังคงเฝ้าคอยอยู่บริเวณรอบสถานี
ต่อมา ระหว่างที่ทนายความกำลังติดตามเรื่อง ทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำโทรศัพท์ของธนิตไปตรวจสอบ แม้ยังไม่มีหมายใดๆ ก่อนมีการทำบันทึกการตรวจยึดโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง ของธนิตเอาไว้
ภายหลังตรวจสอบบันทึกการตรวจยึดพบว่า พ.ต.ท.อิทธิกร ตรีประภากร สารวัตรสอบสวน สน.เตาปูน เป็นผู้ทำการตรวจยึด โดยอ้างการตรวจยึดเพื่อเป็นพยานหลักฐานในคดีที่มีนายนฤพล หนูมงกต มาแจ้งความในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ไว้เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2569 เวลาประมาณ 18.48 น. กรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์คลิปวิดีโอผ่าน reel โดยมีการกล่าวถึงรัชกาลที่ 10 อันผู้กล่าวหาเห็นว่ามีถ้อยคำเป็นการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ บันทึกยังระบุว่าการตรวจยึดได้รับความยินยอมจากธนิต และยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์
ต่อมาทางตำรวจได้ติดต่อทนายความว่าจะนำตัวธนิตไปส่งตัวที่ สน.ดอนเมือง โดยยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหาใดๆ และในส่วนการถูกทำร้ายร่างกายสามารถดำเนินการแจ้งความได้ที่ดอนเมืองต่อไป ทีมทนายความจึงติดตามไปที่สถานีตำรวจในเวลาประมาณ 23.00 น.

หลังจากพบธนิต พบว่าเขามีอาการบาดเจ็บฟกช้ำตามร่างกาย ปากเจ่อ ปวดระบมบริเวณศีรษะ เขาได้ขอแจ้งความดำเนินคดีต่อกลุ่มบุคคลที่เข้าทำร้ายร่างกายดังกล่าว โดยมีร้อยเวรของ สน.ดอนเมือง เป็นผู้รับเรื่องเอาไว้ ทางทีมทนายความยังได้ขอให้ตำรวจทำหนังสือส่งตัวผู้บาดเจ็บเพื่อตรวจอาการและบาดแผลที่โรงพยาบาลด้วย
ในช่วงเช้าวันที่ 23 ก.ค.2569 ธนิตได้เข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล โดยเขายังมีอาการแน่นหน้าอกอย่างมาก ทำให้แพทย์ให้เข้ารับการรักษาฉุกเฉินต่อไป ขณะที่พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ได้ติดต่อขอสอบสวนเพิ่มเติมในเรื่องเหตุทำร้ายร่างกายด้วย สำหรับสถานการณ์คืบหน้าจะรายงานเพิ่มเติมต่อไป



