หน้าแรก ในประเทศ พ่อแม่ช้ำ ลูก...

พ่อแม่ช้ำ ลูกดับ หลังรพ.รัฐ เลี้ยงโต๊ะจีนห้องไอซียูเด็ก แถมเร่งให้เผาศพ ผลชันสูตรพบ กะโหลกศีรษะยุบ

23.07.26 | 15:27 น.

พ่อแม่สุดช้ำ ลูกเสียชีวิต หลังพบรพ.รัฐ เลี้ยงโต๊ะจีนห้องไอซียูเด็ก เร่งให้เผาศพ ผลชันสูตรพบ กะโหลกศีรษะยุบ ข้อเท้าหัก

เมื่อวันที่ 23 กันยายน นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พาพ่อแม่เด็กทารกที่เสียชีวิตไปรับศพและฟังผลการชันสูตรศพเบื้องต้นที่ สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ และแพทย์ สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจาก พ่อแม่ ร้องว่าโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทองจัดเลี้ยงโต๊ะจีน 5 โต๊ะในห้อง ICU เด็ก ซึ่งมีเด็กที่เพิ่งคลอดประมาณ 5 คนรวมอยู่ในห้องนั้น รวมทั้งลูกของพ่อแม่ที่มาร้องทุกข์ ที่พึ่งผ่าคลอดได้ 5 วัน มีภาวะความดันในปอดสูง และหมอแจ้งว่าปลอดภัยแล้ว

แต่ภายหลังโรงพยาบาลได้จัดเลี้ยงโต๊ะจีนในห้อง ICU ปลอดเชื้อเด็กอ่อน 5 โต๊ะ ซึ่งมีพนักงานเสิร์ฟโต๊ะจีน เข้ามาเสิร์ฟโดยไม่ได้ป้องกันหรือสวมหน้ากากอนามัยใดๆ หลังจัดงานวันรุ่งขึ้น 21 กรกฎาคม ทารกของพ่อแม่ที่มาร้องทุกข์เสียชีวิต พ่อแม่ติดใจการเสียชีวิต จึงแจ้งมาขอความช่วยเหลือมูลนิธิปวีณา หลังได้รับเรื่องปวีณา ได้ประสาน ผกก.สภ.สามโก้ จ.อ่างทอง ส่งศพชันสูตรที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ โดยที่โรงพยาบาลที่ทารกเสียชีวิต ไม่ได้แจ้งตำรวจเพื่อมาชันสูตรพลิกศพการเสียชีวิตของเด็กเบื้องต้น แต่แจ้งให้พ่อแม่รีบนำศพทารกไปเผาเลย แม่จึงโทรศัพท์สายด่วน 1134 มาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณา

ทางพ่อแม่ข้องใจ หลังลูกเสียชีวิต พบบริเวณกะโหลกศีรษะฝั่งขวายุบ และกระดูกข้อเท้าข้างซ้ายหมุนได้ อยากทราบว่าเกิดจากสาเหตุใด

นางปวีณา แจ้งว่า เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม แม่ท้องแก่ 8 เดือนต้องผ่าคลอดลูกก่อนกำหนดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ใช้สิทธิบัตรทอง ลูกชายออกมาน้ำหนักแรกเกิด 4,305 กรัม มีภาวะความดันในปอด ต้องอยู่ในตู้อบผ่านไป 3-4 วัน แพทย์แจ้งว่าอาการมีแนวโน้มดีขึ้น จู่ๆ อยู่ในตู้อบเป็นวันที่ 5 คือวันที่ 21 กรกฎาคม ลูกกลับมีอาการโคม่า แพทย์ต้องปั๊มหัวใจก่อนจะเสียชีวิตลงด้วยอายุเพียง 5 วัน โดยแพทย์แจ้งกับแม่ว่า “ทารกติดเชื้อใหม่ในกระแสเลือด” ส่วนในหนังสือรับรองการตายของโรงพยาบาลระบุ สาเหตุการตาย “แรงดันในปอดสูง”

Advertisement

แม่กล่าวว่า หลังผ่าคลอดลูกเช้าตรู่วันที่ 17 กรกฎาคม พยาบาลกำลังจะพาตนไปพักฟื้นที่ห้องรวม และนำลูกเข้าตู้อบเนื่องจากหายใจผิดปกติ ประมาณเที่ยงคืนพยาบาลตามพ่อขึ้นไปพบหมอ และหมอแจ้งว่าเด็กหายใจเร็วกว่าปกติ อาจจะทำให้เด็กเหนื่อย ซึ่งจะต้องใส่ท่อช่วยหายใจทางปากเพื่อช่วยให้เด็กหายใจได้สะดวกขึ้น พ่อจึงยอมเซ็นเอกสารยินยอมให้ทำการรักษา

ต่อมาเช้าวันที่ 17 กรกฎาคม เวลา 10.00 น. ห้อง ICU เด็กได้โทรมาแจ้งที่วอทพยาบาลให้แม่ขึ้นไปหาลูก หมอห้อง ICU จึงได้แจ้งให้ทราบว่าเด็กหยุดหายใจ จึงได้ปั๊มกลับมาและอยู่ในสภาพตัวเริ่มเขียว หมอแจ้งว่าเด็กมีภาวะความดันในปอดสูง ซึ่งจะต้องดูอาการอย่างใกล้ชิด วันที่ 19 กรกฎาคม แม่ออกจาก รพ.กลับมาพักฟื้นที่บ้าน

วันที่ 20 กรกฎาคม ไปเยี่ยมลูกที่ รพ.ช่วงประมาณเวลา 11.00 น. ได้พบกับหมอเจ้าของไข้ลูก แจ้งว่าเด็กอาการดีขึ้นแล้ว และลดยาความดันในปอดลง ลดเครื่องช่วยหายใจลงหากอาการดีขึ้นจะส่งต่อไปรักษาต่อที่ รพ.เด็ก แต่ตอนนี้ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ จากนั้นเวลาประมาณ 13.30 พ่อแม่กลับจากซื้อของใช้ให้ลูกกลับมา พบว่าห้อง ICU เด็ก มีผู้อำนวยการ พยาบาล และบุคลากรการแพทย์ ได้นั่งกินเลี้ยงโต๊ะจีนภายในห้อง ICU เด็ก จำนวน 5 โต๊ะ ซึ่งจัดอยู่ข้างตู้อบของลูกตน มีเพียงม่านลอยใสกั้นเท่านั้น ตนจึงจะเข้าไปหาลูก กลับถูกพยาบาลไล่ออกมาด้วยน้ำเสียงดุตะตอกใส่ และบอกว่าวันนี้ไม่สะดวกให้เข้าเยี่ยม เนื่องจากมีงานจัดเลี้ยงในห้อง ICU ตนจึงได้ถามหัวหน้าพยาบาล ICU เด็กว่า ในห้องนี้จัดงานแบบนี้ได้หรือ? หมอเจ้าของไข้แจ้งว่า ไม่ติดเชื้อหรอกเพราะเด็กอยู่ในตู้อบปอดเชื้อ แต่สภาพที่เห็นมีพนักงานโต๊ะจีนเดินเข้าไปเสิร์ฟอาหารและใกล้ชิดกับตู้อบลูก ไม่ได้ป้องกันสวมใส่หน้ากากอนามัยใดๆ ทั้งสิ้น

กระทั่งเช้าวันที่ 21 กรกฎาคม เวลาประมาณ 09.14 น. พยาบาลห้อง ICU เด็กโทรมาเบอร์พ่อเด็กและแจ้งว่าอาการเด็กวิกฤติตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ให้พ่อกับแม่รีบไปดูน้อง ประมาณ 10.00 น. หมอเจ้าของไข้บอกว่า ได้ปั๊มหัวใจเด็กไปครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้แล้ว และเรียกพ่อเด็กไปคุยส่วนตัว แจ้งว่า เด็กติดเชื้อใหม่ในกระแสเลือด เพราะเด็กหัวใจเต้นช้าลง หมอได้เข้าไปดูอาการเด็ก 45 นาที หมอเดินออกมาบอกว่าเด็กเสียชีวิตแล้ว และเร่งให้รับศพออกจากห้อง ICU นำไปวัดทำพิธี และมีพยาบาลโทรมาถามว่า เผาศพหรือยัง ทำพิธีหรือยัง

วันที่ 22 กรกฎาคม พ่อแม่จึงได้นำศพลูกไปไว้ที่วัด และเตรียมฌาปนกิจศพวันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม เวลา 15.00 น.ขณะเตรียมจัดงานศพลูกที่วัดพ่อแม่ก็ทำใจไม่ได้ ติดใจสงสัยเป็นอย่างยิ่งเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของลูกจึงติดต่อมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวด้วย และตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงของลูกด้วย

หลังรับเรื่องวันที่ 22 กรกฎาคม นางปวีณา ได้ประสาน พ.ต.อ.กัณตภณ ธนาธิปปิ่นสกุล ผกก.สภ.สามโก้ จ.อ่างทอง ขอให้ทำหนังสือส่งศพเด็กไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ โดย ผกก.สภ.สามโก้ ได้ร่วมกับแพทย์ รพ.สามโก้ เดินทางไปที่วัดเพื่อตรวจสอบเบื้องต้นทันที จากการชันสูตรสภาพศพทารกเบื้องต้นพบว่า ข้อเท้าขวาหัก กะโหลกศีรษะด้านหน้าซ้ายยุบ ยิ่งทำให้พ่อแม่ติดใจสงสัยสาเหตุว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร จากนั้นพ่อแม่ได้เดินทางจากจ.อ่างทอง นำศพลูกมายังสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อทำการชันสูตร ทางแพทย์ได้ชันสูตรศพทารกเรียบร้อยจึงได้พาพ่อแม่เดินทางมาฟังผลการชันสูตรศพเบื้องต้นจากแพทย์นิติเวช

โดยทางแพทย์ ผู้ผ่าศพ ได้ทำการตรวจสภาพศพภายนอกแล้ว และ ได้ทำการผ่าพิสูจน์ภายในเรียบร้อยแล้ว  ยังระบุไม่ได้ชัดเจนว่าเสียชีวิตเกิดจากอะไร ได้ส่งเลือด ชิ้นเนื้อ  ตับ ไปตรวจแล้ว จะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ถึงจะทราบผลอย่างละเอียดอีกครั้ง