หน้าแรก ในประเทศ พชร บรรยายหลั...

พชร บรรยายหลักสูตร บร.ตร. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้ทางรอดรับมืออาชญากรรมไซเบอร์ยุค AI

24.07.26 | 11:30 น.

พชร บรรยายหลักสูตร บร.ตร. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้ทางรอดรับมืออาชญากรรมไซเบอร์ยุค AI ถอดบทเรียนปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “ชเวก๊กโก่”

เมื่อวันที่่ 24 กรกฎาคม นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และที่ปรึกษาประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้รับเกียรติเป็นวิทยากรบรรยายในหลักสูตร “การบริหารการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมภาครัฐร่วมเอกชน” (บร.ตร.) ในหัวข้อ “อาชญากรรมทางเทคโนโลยีกับความท้าทายของดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” ที่กองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นายพชร ได้แบ่งปันประสบการณ์การทำงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์นับตั้งแต่ช่วงศึกษาระดับปริญญาโท ด้านกระบวนการยุติธรรม โดยเน้นย้ำเรื่องการรวบรวมและป้องกันการทำลายหลักฐานทางดิจิทัล การสร้างกระบวนการทางกฎหมายที่ถูกต้อง (Due Process) เพื่อการสั่งฟ้อง ตลอดจนการกำหนดฐานความผิด ซึ่งในอดีตมองเป็นเรื่องปฏิบัติการพิเศษเฉพาะหน่วยงาน แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นความรู้พื้นฐานที่เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องทราบ เพื่อยกระดับกระบวนการยุติธรรมให้ทันท่วงที นอกจากนี้ ยังเสนอให้นำทฤษฎีอาชญาวิทยาดั้งเดิมมาประยุกต์ใช้กับงานตำรวจและอัยการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินคดี

พร้อมกันนี้ นายพชร ได้ถอดบทเรียนการสืบสวนคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่ “ชเวก๊กโก่” ซึ่งตนได้เปิดประเด็นไว้ตั้งแต่ปี 2567 จนได้รับความสนใจในรัฐบาลยุคนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน นำไปสู่การพัฒนาปฏิบัติการกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำถึง “การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ” ในช่วงแรกที่ยังขาดแคลนเครื่องมือและข้อมูล โดยได้รับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึก ภาพถ่ายทางอากาศ และข้อมูลการใช้ IP จากหน่วยงานระดับสากล เช่น International Justice Mission (IJM) รวมถึงทีมข่าวกรองจากสหรัฐฯ และจีน จนสามารถแกะรอยผังห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของขบวนการอาชญากรรมได้สำเร็จ
นายพชร กล่าวทิ้งท้ายว่า รูปแบบอาชญากรรมในอนาคตจะมีความท้าทายยิ่งขึ้น และการระบุตัวตนหรือจับกุมผู้บงการใหญ่จะทำได้ยากกว่าเดิม การออกระเบียบในปัจจุบันหลายประการเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังไม่สามารถตัดวงจรหรือขจัดขบวนการนี้อย่างยั่งยืนได้

Advertisement

ดังนั้น ทั้ง กสทช. และ ก.ล.ต. จึงเผชิญความท้าทายในการออกแบบกำกับดูแลที่ปลอดภัย ขณะเดียวกันก็ต้องอาศัยการทำงานเชิงรุกของตำรวจ เพื่อตัดวงจรอาชญากรรมและลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนอย่างจริงจัง