กองปราบนำ”บอย ยูนิตี้”ฝากขังศาล ทนายเตรียม 5 ล้านขอประกัน

15.06.17 | 12:22 น.

จากกรณีตำรวจกองปราบปรามนำกำลังจับกุมนายอินทระศักดิ์ เตชธีรสิริ หรือ “บอย ยูนิตี้” กรรมบริษัทเอสทีที ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ย่านรัชดาภิเษก และสุขุมวิท 63 ผู้ต้องหาฉ้อโกงประชาชน ได้ที่บริเวณซอยสีคาม ทางเข้าออกศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ขณะอยู่บนรถยนต์บีเอ็มดับบลิว สีดำ ทะเบียนป้ายแดง บ 1186 กรุงเทพมหานคร ในคดีถูกเจ้าของรถยนต์ยี่ห้อปอร์เช่ และเจ้าของรถยนต์ยี่ห้อลัมโบร์กีนี แจ้งความฐานฉ้อโกงประชาชน ก่อนคุมตัวมาสอบปากคำที่บก.ป. เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 14มิถุนายน โดยตำรวจไม่อนุญาตให้ประกันตัว และเตรียมส่งฝากขังศาลอาญากรุงเทพใต้ ในวันที่15มิถุนายนนั้น

เมื่อเวลา11.00 น. วันที่ 15 มิถุนายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ตำรวจกองปราบได้ควบคุมตัวนายอินทระศัก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ เลขที่ 286/60 ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2560 ในฐานความผิดร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตำรวจได้ขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้เพื่อทำการฝากขังนายอินทระศักดิ์ ซึทนายความของนายอินทระศักดิ์ ได้เตรียมหลักทรัพย์เพื่อยื่นต่อศาลเพื่อขอให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราว

ทั้งนี้มีรายงานข่าวแจ้งว่าทางพนักงานสอบสวนและทางอัยการได้ร่วมสอบปากคำนายอินทระศักดิ์ ก่อนควบคุมไปยังห้องควบคุมภายในสำนักงานกองปราบปราม ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมานายอินทระศักดิ์ มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

รายงานว่าแจ้งว่าเมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 14 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ตำรวจบก.ป.ได้จับกุม น.ส.ฐิติพรรณ เตชธีรสิริ อายุ 32 ปี น้องสาวนายอินทระศักดิ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.287/2560 ลงวันที่ 13 มิถุนายนในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน เป็นคดีเดียวกับนายอินทระศักดิ์ ขณะเเยี่ยมนายอินทระศักดิ์ โดยเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป หลังจับกุมได้สอบปากคำพร้อมแจ้งข้อกล่าวหา แล้วก็ได้ปล่อยตัวไปโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ เนื่องจากเป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญา กรณีนี้เป็นกรรมการบริษัทและเป็นผู้ต้องหาร่วม สามารถแจ้งข้อหา และปล่อยตัวได้ จากนั้นจึงจะนัดมาสอบปากคำในฐานะผู้ต้องหาต่อไป แตกต่างกับกรณีนายอินทระศักดิ์ ที่ผู้เสียหายแจ้งความระบุชื่อนายอินทระศักดิ์โดยตรงไม่ใช่ในนามบริษัท

ด้าน พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รองผบก.ป. เปิดเผยว่า สำหรับคดีทางตำรวจกองปราบปรามได้ลงพื้นที่สืบสวนพบว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุ 4 คนประกอบไปด้วยนายอินทระศักดิ์ เ หรือ “บอย ยูนิตี้” ,น .ส.ฐิติพรรณ เตชธีรสิริ นายยิ่ง ศรีอนันต์ อายุ 42 ปี กรรมการของบริษัท เดอะแกลลอรี่ ออโต้ อิมพอร์ต และ น.ส.กนิษฐา สงวนวงศ์ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานก่อนขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับเลขที่ จ.286-289ในฐานความผิดร่วมกันฉ้อโกงประชาชน เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษ 3 ปี ขึ้นไป ซึ่งขณะนี้สามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้แล้ว 3 ราย คือ นายอินทระศักดิ์ หรือ “บอย ยูนิตี้” น .ส.ฐิติพรรณ นายยิ่ง เหลือเพียง น.ส.กนิษฐา สงวนวงศ์ ที่ยังต้องติดตามตัวมาดำเนินคดี สำหรับนายบอย งพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการให้ประกันในชั้นสอบสวน หลังจากนี้เป็นขั้นตอนการให้ประกันปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นศาล ซึ่งอยู่ที่ดุลยพินิจขศาลว่าจะให้ประกันหรือไม่

Advertisement

อย่างไรก็ตามคดีนี้ชุดสืบสวนพบความเชื่อมโยงว่าผู้ต้องหาทั้งสี่รายมีส่วนพัวพันกันในส่วนของการเป็นนิติบุคคล ทั้งขั้นตอนของการนำเข้า การจัดจำหน่าย และการรับเงิน
นายธีรสิทธิ์ สุริยันชัยเจริญ ทนายความของนายอินทระศักดิ์ ระบุว่ามารอนายอินทระศักดิ์ที่ศาลอาญา กรุงเทพใต้ ตั้งแต่เมื่อเวลา 09.00 น. ซึ่งเตรียมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 5 ล้านบาท เพื่อมาขอประกันตัวนายอินทระศักดิ์ต่อศาล อยู่ในดุลพินิจขอศาลว่าจะให้ประกันหรือไม่

ต่อมาเวลา 11.30น. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม คุมตัวนายอินทระศักดิ์ ยื่นฝากขังผัดแรกเป็นเวลา 12 วันตั้งแต่วันที่ 15-26 มิถุนายน

กรณีนายอินทระศักดิ์ ถูกผู้เสียหาย 6 คน แจ้งความดำเนินคดี กรณีที่ซื้อรถสปอร์ตหรูจากบริษัทในกลุ่มของนายอินทระศักดิ์ไปแล้วไม่สามารถจดทะเบียนได้เนื่องจากรถไม่ได้เสียภาษีนำเข้า โดยพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากการกระทำความผิดมีมูลค่าความเสียหายสูงเกรงว่าหากผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานและเกรงว่าจะหลบหนี ทั้งนี้การสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จต้องรอสอบพยานบุคคลและพยานเอกสารอื่นจึงขอฝากขังผู้ต้องหาไว้

ศาลสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน อนุญาตให้ฝากขังได้

โดยทนายความของนายอินทระศักดิ์ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์จำนวน 5 ล้านบาทเพื่อขอปล่อยชั่วคราว ศาลอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่