ใบอนุญาตทำงาน เหลือ 3 เดือน พี่เผยน้องตั้งใจไม่ต่ออายุ จะกลับเขมรไปหมั้น เหยื่อสาวผวา นอนไม่หลับ
สาวเล่านาทีระทึก ถูก 2 หนุ่มกัมพูชาดักชวนกินเบียร์ ก่อนวิ่งไล่ถึงหน้าบ้าน-พยายามงัดประตู ยังหวาดผวา ร้องไห้ทุกคืน ลั่นดำเนินคดีถึงที่สุด
จากกรณี ชายชาวกัมพูชา 2 คน วิ่งไล่ตามหญิงสาวไปถึงหน้าบ้านและพยายามงัดประตู โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม เวลาประมาณ 23.00 น.ที่ผ่านมา ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะตามรวบทั้งคู่ได้ในที่สุดนั้น
ล่าสุด วันที่ 24 กรกฎาคม ที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม นางสาวมาย (นามสมมติ) อายุ 31 ปี ผู้เสียหาย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน
ผู้เสียหายให้การว่า หลังไปดื่มสังสรรค์กับเพื่อน ระหว่างเดินกลับเข้าซอยบ้านที่อาศัยมานานกว่า 30 ปี พบชาย 2 คนยืนอยู่ริมกำแพง ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นคนรู้จัก แต่เมื่อเดินเข้าไปใกล้จึงรู้ว่าไม่ใช่ จึงรีบเดินผ่านพร้อมจับกระเป๋าไว้ และเปิดกล้องโทรศัพท์เพื่อบันทึกเหตุการณ์
ระหว่างเดินผ่าน ชายทั้งสองได้พูดว่า “มากินเบียร์กับพี่ไหมน้อง” ตนจึงตอบปฏิเสธ ก่อนหันกลับไปมอง กระทั่งไม่กี่วินาทีต่อมา ชายเสื้อแดงกลับวิ่งพุ่งเข้ามาหา ทำให้ต้องรีบวิ่งหนีเข้าบ้าน ล็อกประตูทันที แต่ผู้ก่อเหตุยังพยายามสอดมือเข้ามาทางลูกกรงประตู ทำให้ตกใจจนร้องกรี๊ดลั่น ก่อนตะโกนขู่ว่าจะแจ้งตำรวจแล้วรีบวิ่งขึ้นบ้าน
จากภาพวงจรปิดพบว่า ผู้ก่อเหตุเดินออกจากหน้าบ้านไปช่วงหนึ่ง ก่อนย้อนกลับมาอีกครั้ง ระหว่างที่ผู้เสียหายกำลังโทรแจ้งตำรวจ ทั้งสองยังพยายามงัดประตูบ้านอีกครั้ง ทำให้ผู้เสียหายต้องตะโกนด่าเพื่อไล่ออกไป
หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายโพสต์เรื่องราวลงอินสตาแกรม ก่อนที่ “นายแบ๊ง ตลาดอินดี้” ซึ่งเป็นญาติ จะเห็นโพสต์และชวนคนในชุมชนออกติดตามผู้ก่อเหตุ กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 23 กรกฎาคม สามารถควบคุมตัวชายเสื้อขาวได้ที่หอพัก ก่อนสอบถามจนทราบที่อยู่ของชายเสื้อแดง และติดตามจับตัวได้ทั้งสองคน
ผู้เสียหายเล่าว่า ระหว่างถูกควบคุมตัว ผู้ก่อเหตุยกมือไหว้ขอโทษ แต่ตนตอบกลับว่า “บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าทำ” เพราะจำได้ว่าผู้ก่อเหตุพยายามเขย่าประตูบ้านอย่างแรงและทำสีหน้าลวนลามใส่
อย่างไรก็ตาม เธอยอมรับว่าจนถึงขณะนี้ยังอยู่ในอาการหวาดผวา ร้องไห้ทุกคืน และไม่กล้ากลับไปนอนที่บ้าน ต้องย้ายไปพักที่อื่น พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุจนถึงที่สุด และไม่ต้องการพบหน้าทั้งสองคนอีก
เผยใบอนุญาตทำงานในไทย เหลือ 3 เดือน
ตั้งใจไม่ต่อแล้ว เตรียมกลับกัมพูชาจัดงานหมั้น
ขณะเดียวกัน นายอุดม อายุ 46 ปี ชาวกัมพูชา พี่ชายของ นาย Rathana Las หรือ “บึ๊” อายุ 22 ปี หนึ่งในผู้ต้องหาที่สวมเสื้อสีขาวตามภาพจากกล้องวงจรปิด เดินทางมาเยี่ยมน้องชายที่ถูกควบคุมตัว แต่เมื่อมาถึงได้หมดเวลาเยี่ยมแล้ว
นายอุดม เปิดเผยว่า น้องชายเดินทางมาทำงานเป็นลูกจ้างร้านอาหารย่านถนนข้าวสารได้ประมาณ 4 ปี โดยหนังสือเดินทางจะหมดอายุในเดือนตุลาคมนี้ และตั้งใจจะไม่ต่ออายุ เพราะมีแผนเดินทางกลับประเทศกัมพูชาเพื่อเข้าพิธีแต่งงานกับคู่หมั้นในเดือนตุลาคมนี้เช่นกัน
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเพิ่งทราบจากผู้จัดการร้านอาหาร ซึ่งเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดให้ดู จึงทราบว่าน้องชายเป็นชายสวมเสื้อสีขาวที่วิ่งตามเพื่อนซึ่งสวมเสื้อสีแดง แต่ไม่ทราบสาเหตุที่น้องชายเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว
นายอุดม ระบุว่า น้องชายทำงานร้านอาหารเดียวกับ นาย Chanvesna Touch ผู้ต้องหาเสื้อสีแดง และทั้งคู่มักไปไหนมาไหนด้วยกันหลังเลิกงาน พร้อมยืนยันว่าโดยปกติน้องชายไม่ค่อยดื่มเบียร์ และยอมรับว่ารู้สึกทำตัวไม่ถูกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
สำหรับการยื่นประกันตัวนั้น ยังไม่ได้ตัดสินใจ โดยจะรอให้ภรรยาเดินทางมาถึง สน.ชนะสงคราม ก่อน แล้วจึงหารือร่วมกันว่าจะดำเนินการอย่างไร
โดยช่วงบ่ายวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน มาสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนนำตัวเข้าห้องควบคุมผู้ต้องหา โดยในวันพรุ่งนี้ พนักงานสอบสวนจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปฝากขังต่อศาลอาญา พร้อมคัดค้านการประกันตัว
แฟนสาว ไม่เห็นด้วยใช้ความรุนแรง
ชี้หนุ่มเสื้อแดงแค่แซว เพราะเห็นหน้าตาดี
ด้าน นางสาว Sinh อายุ 23 ปี แฟนสาวของ นาย Chanvesna Touch อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาที่สวมเสื้อแดง เดินทางมาเยี่ยมแฟนที่ สน.ชนะสงคราม พร้อมนำขนมปังและน้ำดื่มมาฝาก
เธอเปิดเผยว่า คบหากับผู้ต้องหามา 8 ปี มีลูกสาววัย 10 เดือน และเพิ่งทราบข่าวว่าแฟนถูกควบคุมตัวเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 23 กรกฎาคม หลังชาวบ้านจำนวนมากไปตามหาตัวที่ร้านซึ่งแฟนทำงานอยู่ ก่อนจะเกิดเหตุรุมทำร้ายร่างกายเล็กน้อย
แฟนสาวยอมรับว่า หลังดูคลิปเหตุการณ์แล้ว เห็นว่าแฟนเป็นฝ่ายกระทำไม่ถูกต้อง แต่เชื่อว่าควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย มากกว่าการใช้ความรุนแรง
เธอระบุว่า แฟนเล่าให้ฟังว่า หลังเลิกงานได้ไปดื่มเบียร์กับเพื่อนชาวกัมพูชาประมาณ 7 ขวด จนอยู่ในอาการมึนเมา เมื่อเห็นหญิงสาวเดินผ่านมา จึงพูดแซวว่า “ไปไหนคนสวย” ก่อนเดินตามไป
อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่ได้ทำร้ายหรือแตะต้องผู้เสียหาย และเมื่อเห็นหญิงสาวรีบเข้าบ้าน จึงย้อนกลับไปเพราะต้องการขอโทษ เนื่องจากเกรงว่าจะตกใจ ส่วนชายเสื้อขาวเพียงเดินตามไปด้วย ไม่ได้เข้าไปพูดหรือก่อเหตุ
แฟนสาวกล่าวขอโทษผู้เสียหายแทนผู้ต้องหา ยืนยันว่าไม่ได้เข้าข้างแฟน เพราะตนเองก็เป็นผู้หญิง หากเจอเหตุการณ์เช่นเดียวกันก็ย่อมรู้สึกหวาดกลัว พร้อมย้ำว่าแฟนอ้างว่าเพียงต้องการพูดเล่น เพราะเห็นว่าหญิงสาวหน้าตาดีเท่านั้น

