หน้าแรก ในประเทศ พยัคฆ์ไพร ตรว...

พยัคฆ์ไพร ตรวจบริษัทยางพาราจีน รุกป่าสงวนสงขลา กว่า 103 ไร่  

24.07.26 | 17:12 น.

พยัคฆ์ไพร ตรวจบริษัทยางพาราจีน รุกป่าสงวนสงขลา กว่า 103 ไร่ 

วันที่ 24 กรกฎาคม นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) สั่งการให้เข้าไปตรวจสอบ ภายหลังทราบว่า มีการร้องเรียนพร้อมทั้งแจ้งเบาะแส บริษัท ไทฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่ในท้องที่ หมู่ที่ 1 ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งดำเนินกิจการอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าควนเขาวัง ป่าคลองต่อ และป่าเทือกเขาแก้ว นั้นเป็นไปอย่างถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายหรือไม่ จึงได้สั่งการด่วนให้สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่าลงพื้นที่ตรวจสอบตามที่ได้รับร้องเรียน

นำโดยส่วนปฏิบัติการพิเศษและหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) ประสานการปฏิบัติกับศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 4 (ภาคใต้) สำนักงานทสจ.สงขลา ตำรวจ กก.5 ปทส. ตำรวจ สภ.ฉลุง และเทศบาลตำบลทุ่งตำเสา และผู้แทนของการยางแห่งประเทศไทย ผู้แทนของบริษัท ไทฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมและนำตรวจสอบ

Advertisement

โดยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีการใช้ประโยชน์ในเนื้อที่จำนวน 103 ไร่ 52 ตารางวา และพบสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 27 รายการ ในการนี้ การยางแห่งประเทศไทย ได้นำส่งเอกสารเป็นสัญญาให้เช่าช่วงอาคารโรงงานยางแท่ง เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการศึกษาค้นคว้าวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตยางแท่ง การกำหนดมาตรฐาน และการตรวจสอบมาตรฐานยางแท่งในเชิงธุรกิจ ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วพบว่ายังขาดเอกสารหลักฐานประกอบบางประการที่จะต้องใช้ประกอบการพิจารณา โดยจะให้ สจป.ที่ 13 (สงขลา) ได้รายงานกลับมายังกรมป่าไม้ เพื่อแจ้งให้การยางแห่งประเทศไทย จัดส่งเอกสารเพิ่มเติมให้กับคณะเจ้าหน้าที่ ใช้ประกอบการพิจารณาดำเนินการตามอำนาจ หน้าที่ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) กล่าวว่า ตรวจสอบพบว่า พื้นที่ ที่บริษัทดังกล่าวตั้งอยู่ เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าควนเขาวัง ป่าคลองต่อ และป่าเทือกเขาแก้ว แต่บริษัทได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ เพื่อทำการวิจัยเรื่องยางพารา แต่ใบอนุญาตหมดอายุตั้งแต่ปี 2563

“เราเข้าไปตรวจสอบ พบว่า บริษัท มีการเช่าอาคารเพื่อตั้งโรงงานวิจัยยางแท่ง แต่ไม่พบเอกสารใดๆเกี่ยวกับการครอบครองที่ดิน ผมจึงให้เวลา 15 วัน เพื่อให้บริษัทนำเอกสารเกี่ยวกับการครอบครองที่ดินมาแสดง”หัวหน้าชุดพยัคไพร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบริษัทแห่งนี้ เมื่อเริ่มก่อสร้าง มีคนไทยถือหุ้นเกือบทั้งหมด แต่ล่าสุดพบว่า การถือหุ้นเกือบทั้งหมดเป็นของผู้มีสัญชาติจีนทั้งสิ้น