สัตวแพทย์ กรมอุทยาน เดินป่า ป้อนยาสีดอทองม้วน ขาหลังบวมเจ็บ
วันนี้ 24 กรกฎาคม ทีมสัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง)กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ได้เข้าดำเนินการรักษาอาการป่วยของ สีดอทองม้วน ที่รักษามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา
นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยว่า ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ทุกคนยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจในการช่วยเหลือช้างป่ารวมถึงสัตว์ป่าที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มกำลังและต่อเนื่อง เพื่อฟื้นฟูสุขภาพให้สัตว์ป่ากลับมาดำรงชีวิตในธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย
ขณะที่ นายสุทธิชัย โผภูเขียว หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ รายงานความคืบหน้าล่าสุดในการปฏิบัติงานว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งพบช้างป่า เพศผู้ ไม่มีงา หรือ ช้างสีดอ ชื่อ สีดอทองม้วน อายุประมาณ 35–40 ปี มีอาการบวมอย่างเห็นได้ชัดบริเวณขาหลังด้านซ้ายในพื้นที่นอกเขตฯ สลักพระ ส่งผลให้การเคลื่อนไหวเป็นไปด้วยความยากลำบาก
กระทั่งเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ได้ประสานความร่วมมือกับนายสัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) และทีมงานฝ่ายจัดการสุขภาพและคลินิกสัตว์ป่า ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า เข้าพื้นที่เป้าหมายเพื่อยื่นมือเข้ารักษา สีดอทองม้วน เป็นช่วงที่ 4 ของแผนการปฏิบัติการ
โดยทีมสัตวแพทย์ได้วางแผนจ่ายยาอย่างรัดกุมเพื่อลดความเครียดและป้องกันอันตรายแก่ตัวช้างป่า
เริ่มจากการฉีดยาลดปวด Tramadol (ทามาดอล) จำนวน 1 เข็ม ร่วมกับการใช้เทคนิคทางพฤติกรรมศาสตร์ซ่อนยาชนิดเม็ดไว้ในกล้วยน้ำว้า ได้แก่ ยาลดปวดและลดการอักเสบไอบูโปรเฟน (Ibuprofen) ยาต้านเชื้อแบคทีเรียอะม็อกซีซิลินผสมคลาวูลานิกเอซิด (Amoxicillin/Clavulanic acid), ยาลดกรดในกระเพาะอาหารไซเมทิดีน (Cimetidine)เพื่อป้องกันผลข้างเคียง ตลอดจนวิตามินและสารอาหารบำรุงร่างกาย ทั้งวิตามินแคลเซียม วิตามินรวม Centrum และวิตามินบำรุงเลือด FBC พร้อมทั้งฉีดพ่นยาลดอาการปวดกล้ามเนื้อประเภทน้ำมันมวยบริเวณขาหลังซ้ายจุดที่บาดเจ็บ ซึ่งผลการปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สีดอทองม้วน กินยาผสมกล้วยน้ำว้าครบถ้วนตามปริมาณที่กำหนด
สำหรับการบริหารจัดการพื้นที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ติดตามพฤติกรรม อาการป่วย และลักษณะการเดินอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งนำอากาศยานไร้คนขับ (Drone) บินสำรวจประเมินสภาพร่างกายจากมุมสูง เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกับนายสัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ในการวางแผนให้ยาและฟื้นฟูสุขภาพอย่างต่อเนื่อง จนกว่าช้างป่าจะกลับมาแข็งแรงและสามารถดำรงชีวิตในป่าธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย









