เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘หวังสร้างเมือง’ ชี้แจงถึงกรณีที่เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม กรุงเทพมหานครจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อร่างระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน พ.ศ. ….
โดยหนึ่งในสาระสำคัญเกี่ยวกับการปรับหลักเกณฑ์ให้ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนที่มีความพร้อม สามารถเปิดรับเด็กอายุตั้งแต่ 3 เดือน จากเดิมที่กำหนดอายุรับเด็กไว้ระหว่าง 2-6 ปี
ซึ่งประเด็นดังกล่าวได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์และข้อกังวลจากนักวิชาการด้านปฐมวัยและแพทย์หลายราย นายศานนท์จึงออกมาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก โดยข้อความระบุว่า
“ได้เห็นข้อความของคุณหมอและเครือข่ายนักวิชาการปฐมวัยหลายท่าน เป็นห่วงเรื่องการรับเด็กอายุ 3 เดือน หรือต่ำกว่าอายุ 2 ขวบ ของศูนย์เด็กเล็ก กทม. เลยอยากขออนุญาตเล่าความตั้งใจอีกครั้งครับ
1. การลดช่วงอายุดูแลเด็ก ไม่ได้ทำทุกศูนย์ ต้องดูที่ความพร้อมของศูนย์ ทั้งด้านกายภาพ และการอบรมความรู้ให้ได้มาตรฐาน ที่ผ่านมา ศูนย์เด็กเล็กฯ หลายที่มีรับเด็กต่ำกว่า 2 ขวบอยู่แล้ว ทาง กทม จึงอยากสนับสนุนเฉพาะส่วนนี้เพิ่มเติม
2. เด็กต่ำกว่า 2 ขวบจำเป็นต้องได้รับการดูแลด้านสุขอนามัย และสาธารณสุขเป็นพิเศษ ที่ผ่านมา กทม โดยสำนักการแพทย์ และสำนักอนามัย มีการนำร่องรับดูแลเด็ก 3 เดือน ที่ศูนย์เด็กอ่อน กทม.แล้ว 3 แห่ง และศูนย์บริการสาธารณสุขอีก 8 แห่ง ซึ่งจะบูรณาการความรู้มาขยายผลต่อให้กับ ศพด ที่ต้องการเปิดรับเด็กเล็กด้วย
3. แม้ว่าช่วง 0-2 ปี จะเป็นช่วงที่ควรอยู่กับพ่อแม่ที่สุด แต่ด้วยภาระความจำเป็นในเมืองใหญ่ เมื่อลาคลอดได้แค่ 1-3 เดือน หลังจากนั้นพ่อแม่จำนวนมากต้องฝากคนอื่นเลี้ยง ซึ่งเขาอาจไม่ได้มีความรู้ด้านการเลี้ยงเด็ก จบที่การดูจอ พัฒนาการช้า และช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ทำให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมา การให้เด็กได้อยู่ในที่ที่รับการดูแลอย่างเหมาะสม และอยู่ใกล้ชุมชนพ่อแม่รับส่งได้ง่ายจึงเป็นหัวใจสำคัญ
4. การลดช่วงอายุดูแลเด็กเล็ก ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง จะทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ต้องมีการเตรียมพร้อม และประเมินมาตรฐานก่อนเปิดรับ ซึ่งบางศูนย์อาจลดไปที่ 1 -1.5 ขวบ บางศูนย์อาจมีจำนวนเด็ก 2-6 ขวบมากอยู่แล้ว ไม่พร้อมรับเด็กเล็กกว่านั้น หรือบางศูนย์มีรับเด็กต่ำกว่า 1 ขวบอยู่แล้ว เราก็ยินดีสนับสนุนเพิ่มเติม โดยจะเป็นการเปิดรับตามความสมัครใจ และความพร้อมของศูนย์เท่านั้น (จะมีการอบรมและประเมินอย่างจริงจังครับ)
การทำให้การรับเลี้ยงเด็กสอดคล้องกับวิถีชีวิตของพ่อแม่ที่ต้องทำงาน จะช่วยให้พ่อแม่สามารถจัดสรรเวลา และได้อยู่กับลูกมากขึ้นด้วย เพราะไม่ต้องส่งลูกกลับต่างจังหวัดครับ”



