ตร.ไซเบอร์ จับช่างปืนไทยประดิษฐ์ พร้อมของกลางอื้อ ใช้เฟซบุ๊กอวตาร โพสต์อวดผลงานหาลูกค้า
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.ศิลา กาญจน์รักษ์ ผบก.สอท.5 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.สอท.5 นำศาลจังหวัดอำนาจเจริญ เข้าค้นบ้านหมู่ 6 ต.นาหว้า อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ จับ นายวันชัย อายุ 39 ปี พร้อมของอาวุธปืน ลำกล้องอาวุธปืน และเครื่องมือในการผลิต
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ กก.4 บก.สอท.5 สืบสวนทราบว่ามีการลักลอบซื้อขายอาวุธปืนผิดกฎหมายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ พบบัญชีเฟซบุ๊ก ชื่อ กิจทวี คนนอนนา ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น ทวีกิจ รับซ่อมรถทุกชนิด และเปลี่ยนชื่ออีกครั้งปัจจุบัน คือ หนุ่มทวี คอยนานการช่าง มีพฤติกรรมโพสต์อวดอาวุธปืนที่ตัวเองผลิตขึ้น รวมทั้งลักลอบขายอาวุธปืนและส่วนประกอบอาวุธปืนแบบออนไลน์ เฟซบุ๊กดังกล่าวค่อนข้างระวังตัวมาก มีการล็อกโปรไฟล์ใช้ภาพอวตาร มักโพสต์ขายอาวุธปืนทิ้งไว้ไม่เกิน 3 ชั่วโมงแล้วลบทิ้ง
ส่วนลูกค้าต้องคุยตกลงราคาในช่องแชตส่วนตัวเท่านั้น รวมทั้งหากทราบว่าลูกค้าหรือคนที่เคยติดต่อด้วยโดนจับกุม เจ้าของบัญชีก็จะปิดเฟซบุ๊กทันที แล้วกลับมาเปิดบัญชีใหม่โดยเปลี่ยนชื่อและใช้ภาพอวตารแตกต่างกันไปเรื่อยๆ เพื่ออำพรางตบตาเจ้าหน้าที่ แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบสวนจนทราบว่า เจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว คือ นายวันชัย
จึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายค้นจากศาลเพื่อเข้าตรวจค้นและจับ แหล่งที่คาดว่าใช้เป็นสถานที่ผลิตอาวุธปืนดังกล่าวได้สำเร็จ และตรวจค้นพร้อมตรวจยึดของกลางเป็น อาวุธปืนยาวลูกกรดไทยประดิษฐ์ ขนาด .22 นิ้ว 1 กระบอก เหล็กลำกล้องปืนมีเกลียวด้านใน ขนาด .22 นิ้ว ความยาวขนาดต่างๆ กว่า 10 ลำกล้อง, กระสุนปืนขนาด .22 นิ้ว จำนวน 50 นัด, โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์เครื่องมือช่างต่างๆ ที่ใช้ผลิตอาวุธปืนรวมทั้ง ส่วนประกอบอาวุธ ชุดไกปืน โกร่งไกปืน เหล็กคันรั้งปืน จำนวนมาก รวมของกลางทั้งหมดกว่า 20 รายการ
จากการสอบสวนนายวันชัยให้การว่า ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตอาวุธปืนตนเองสั่งมาจากผู้ค้าในเฟซบุ๊ก เมื่อประกอบรวมกันเป็นอาวุธปืนลูกกรดขนาด .22 แล้ว ก็จะนำไปยิงจริงพร้อมถ่ายวิดีโอไว้แล้วโพสต์ลงเฟซบุ๊ก เพื่อให้เพื่อนในเฟซบุ๊กได้เห็นผลงานจริงแล้วอยากได้ จากนั้นก็จะขายเอากำไรประมาณ 1,000-1,500 บาทต่อกระบอก หรือหากลูกค้าบางรายต้องการเพียงชิ้นส่วนอาวุธปืนหรือลำกล้องปืน ตนเองก็จะสั่งวัสดุมาแล้วบากร่องขอเกี่ยวปลอกให้ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ฝีมือและความชำนาญสูง เพราะหากคำนวณพลาดเพียงเล็กน้อย อาจทำให้ลำกล้องปืนเสียทั้งเส้นและเกิดอันตรายได้ ซึ่งในส่วนนี้ตนคิดค่าทำ จำนวน 500 บาทต่อลำกล้อง ตนเองไม่ได้ทำเป็นอาชีพแต่อย่างใด แต่ทำไปเพราะชื่นชอบอาวุธปืน และนำกำไรเล็กน้อยที่ได้มาเป็นค่ากับข้าวเพียงเท่านั้น และยังอ้างว่าที่ผ่านมาเคยขายแค่ลำกล้องปืนไปเพียง 3 ลำกล้องเท่านั้น
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา ทำ ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ สั่ง นำเข้า มี หรือจำหน่าย ซึ่งอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน” และ “มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน จึงควบคุมตัวพร้อมของกลาง นำตัวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



