วันที่ 4 มีนาคม เมื่อเวลา 02.20 น. ร.ต.ท.ธนากร จาวรุ่งวณิชสกุล ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 เกิดเหตุยิงกันบริเวณหน้าร้านอาหารตำนาน ถนนริมน้ำหน้าเมืองกาญจนบุรี จึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.พิศุทธิ์ ศุกระศร ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี พ.ต.อ.สมศักดิ์ สุวรรณฉิม พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สภ.เมืองกาญจนบุรี แพทย์เวรโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา และเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์
ที่เกิดเหตุพบศพชาย ทราบชื่อนายสมบัติ กลิ่นโฉม หรือฉายา “เบิ้มชุกโดน” อายุ 44 ปี การ์ดของร้านอาหารดังกล่าว นอนจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่ข้างรถเก๋งฮอนด้าบริโอ้สีขาวที่จอดอยู่ริมถนน โดยมีเพื่อนๆ การ์ดและบรรดากลุ่มนักเที่ยวราตรีมุงดูเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกับแพทย์ทำการตรวจสอบชันสูตรพลิกศพ พบว่าผู้เสียชีวิตถูกกระสุนปืนขนาด .38 ยิงเข้าที่บริเวณหน้าอก จำนวน 4 นัด เสียชีวิตคาที่ และบริเวณหลังคา-ประตูรถเก๋งฮอนด้าคันดังกล่าวพบรอยกระสุนเข้าเป็นรูขนาดใหญ่ 1 นัด จึงได้ให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์นำศพไปเก็บไว้ที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา เพื่อรอญาติมารับไปบำเพ็ญกุศลต่อไป
สำหรับมือปืนที่ก่อเหตุได้ถูกการ์ดในร้านช่วยกันจับกุมตัวเอาไว้ได้หลังก่อเหตุพร้อมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุในครั้งนี้ ทราบชื่อนายณัฐปิยะวัฒน์ วรรณชนะ หรือฉายา “ณัฐป่าเย้ย” อายุ 28 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปทำการสอบสวนที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมือปืนได้เข้าไปนั่งดื่มสุราในร้านดังกล่าวกับเพื่อนๆ อีก 4 คน แล้วเกิดทำแก้วตกแตก จนนายสมบัติการ์ดของร้านอาหารแห่งนี้ได้เข้าไปเตือนว่าให้เบาๆ หน่อย จากนั้นนายณัฐปิยะวัฒน์มือปืนที่ก่อเหตุก็เดินออกไปจากร้าน โดยไปนั่งรออยู่ฝั่งตรงข้ามร้านจนร้านใกล้ปิด นายสมบัติผู้ตายได้เดินออกไปยังรถเก๋งที่จอดอยู่เพื่อจะกลับบ้าน แต่ก็ถูกนายณัฐปิยะวัฒน์ตะโกนว่า “ไอ้เบิ้ม มึงแน่นักหรือ” พร้อมกับเดินปรี่เข้าไปหาผู้ตายก่อนล็อกคอจ่อยิงดับดังกล่าวต่อหน้านักเที่ยวราตรีจำนวนมากที่กำลังทยอยเดินออกจากร้านเพื่อกลับบ้าน สร้างความตกตะลึงเป็นอย่างมาก ก่อนจะถูกเพื่อนๆ การ์ดจับตัวไว้ได้ดังกล่าวและรุมยำด้วยความโกรธแค้นที่เพื่อนถูกยิงตาย จนมือปืนมีสภาพสะบักสะบอม ใบหน้าปูดบวมเขียวช้ำ
สำหรับนายสมบัติผู้เสียชีวิตเพิ่งพ้นโทษออกมาได้ไม่นานเนื่องจากใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นเสียชีวิตบริเวณถนนโค้งประปาเมืองกาญจนบุรี เมื่อประมาณ 4 ปีที่ผ่านมาเช่นกัน

