เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) โดยกองต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานปลัดกระทรวงฯ ร่วมกับองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (ไอโอเอ็ม) ประเทศไทย และโครงการหุ้นส่วนอาเซียน-สหรัฐฯ ด้านธรรมาภิบาล การพัฒนาที่ยั่งยืนและเท่าเทียม และความมั่นคง จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอนุสัญญาอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะสตรีและเด็กหรือACTIP และแผนปฏิบัติการอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะสตรีและเด็กหรือ APA มีนายไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) พร้อมนาง เดน่า เกรเบอร์ลาเด็กหัวหน้าสำนักงานไอโอเอ็ม ประเทศไทย เป็นประธานการประชุมและมีผู้แทนจากภาครัฐและภาคประชาสังคมกว่า 50 คน เข้าร่วมประชุม
นายไมตรี กล่าวว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการดังกล่าว เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และภาคประชาสังคม ได้สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับที่มา และข้อกำหนดซึ่งระบุใน ACTIP และ APA รวมถึงสร้างความเข้าใจถึงผลกระทบในเชิงปฏิบัติด้านการดำเนินงานต่อต้านการค้ามนุษย์ในบริบทของไทยตามพันธกรณีดังกล่าว โดยเฉพาะในด้านการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ การดำเนินคดี การคุ้มครองผู้เสียหาย และการป้องกันการต่อต้านการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นประเด็นที่ตราสารทั้ง 2 ฉบับ ให้ความสำคัญ

นายไมตรี กล่าวต่อไปว่า กิจกรรมดังกล่าว สะท้อนความมุ่งมั่นของไทยในการดำเนินงานอย่างแข็งขันด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ตามมาตรฐานสากล โดยในระดับโลก ไทยดำเนินงานตามพันธกรณีในฐานะรัฐภาคีพิธีสารเพื่อป้องกัน ปราบปรามและลงโทษ การค้ามนุษย์โดยเฉพาะสตรีและเด็กตั้งแต่ปี 2556 และในระดับภูมิภาค ไทยเป็นประเทศที่ 3 ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งให้สัตยาบัน ACTIP อันเป็นตราสารระหว่างประเทศของอาเซียนฉบับแรกที่มีพันธกรณีทางกฎหมายด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2560 นอกจากนี้ ไทยมีบทบาทอย่างแข็งขันในการพัฒนาร่างแผนปฏิบัติการฯ อันเป็นแนวทางการปฏิบัติงานด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์สำหรับประเทศสมาชิกอาเซียน อันมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2558
“ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคในการจัดกิจกรรมดังกล่าว โดยไอโอเอ็ม และโครงการหุ้นส่วนอาเซียน-สหรัฐฯ มีแผนจะดำเนินการจัดการประชุมเพื่อส่งเสริมความเข้าใจอนุสัญญาฯ และแผนปฏิบัติการฯ ร่วมกับรัฐบาลประเทศสมาชิกอีก 7 ประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว กัมพูชา เมียนมา มาเลเซีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ในโอกาสต่อไป” นายไมตรี กล่าว

