ตม.เตรียมเสนอเพิกถอนวีซ่า-ขึ้นบัญชีดำ ผู้ต้องหาจีน คดีโรงแรมทุนสีเทา ย้ำไม่ให้ใช้ไทยเป็นฐานกระทำผิด
จากกรณีตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เปิดปฏิบัติการตรวจค้นโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นนทบุรี ซึ่งถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการของกลุ่มทุนต่างชาติสีเทา ลักลอบเปิดบ่อนพนัน เสพและจำหน่ายยาเสพติด พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ประกอบด้วย ชาวจีน 1 ราย และชาวเมียนมา 3 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ขณะที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่ ชี้แจงว่า ผู้ต้องหา 4 ราย คือผู้ต้องหาสัญชาติจีน 1 ราย และผู้ต้องหาสัญชาติเมียนมา 3 ราย ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาเกี่ยวกับเข้าเมืองโดยมิชอบ, อยู่ไทยเกินเวลาที่กำหนด, จำหน่ายเคตามีน มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย กรณีเสนอข่าวว่าโรงแรมดังกล่าวเป็นแหล่งลักลอบเปิดบ่อนพนัน หรือฐานสแกมเมอร์นั้น จากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ในปัจจุบันยังไม่ปรากฏพยานหลักฐานที่เพียงพอดำเนินคดี หรือแจ้งข้อกล่าวหาแก่บุคคลใด ในฐานความผิดจัดให้มีการเล่นการพนัน หรือความผิดเกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแต่อย่างใด
เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ที่ บก.ตม.3 พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร รอง ผบก.ตม.3 ในฐานะโฆษก ตม.3 เปิดเผยว่า เมื่อปี 2566 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเคยเข้าตรวจค้นสถานที่แห่งนี้ และสามารถจับกุมนักพนันทั้งชาวไทยและต่างชาติกว่า 40 ราย ก่อนที่โรงแรมจะปิดปรับปรุง ภายหลังการจับกุม ตม.จว.นนทบุรี ได้เร่งประสานพนักงานสอบสวนดำเนินการตรวจสอบข้อมูลของผู้ต้องหาที่เป็นบุคคลต่างด้าว และได้ยื่นเสนอเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของผู้ต้องหาสัญชาติจีน คือนาย LIU CHAO อายุ 33 ปี พร้อมเตรียมเสนอขึ้นบัญชีบุคคลต้องห้าม (Blacklist) เพื่อมิให้สามารถเดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักรไทย
- ด่วน! จับบ่อนหรูขนาดใหญ่ โรงแรมดังย่านงามวงศ์วาน ลูกค้าระดับนักธุรกิจเพียบ ยึด 3.5 ล้าน
- สภ.รัตนาธิเบศร์ แจงยิบ จนท.บุกโรงแรมเมืองนนท์ พยานหลักฐานมีไม่พอให้แจ้งข้อหาเปิดบ่อน-สแกมเมอร์
โฆษก ตม.3 กล่าวว่า สำหรับผู้ต้องหาสัญชาติเมียนมานั้น ถูกจับกุมในข้อหาเป็นต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต จะได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการผลักดันออกนอกราชอาณาจักร และพิจารณามาตรการขึ้นบัญชีบุคคลต้องห้ามตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
โฆษก ตม.3 กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ขอยืนยันว่านโยบายของรัฐบาลให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเปิดรับนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม หากพบว่าบุคคลต่างด้าวรายใดมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนกฎหมาย หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมจะถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
โฆษก ตม.3 กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ที่กำชับให้ทุกหน่วยในสังกัดเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ คัดกรอง และบังคับใช้กฎหมายกับบุคคลต่างด้าวที่มีพฤติการณ์กระทำความผิดหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ กลุ่มทุนสีเทา และการใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิดทุกรูปแบบ



