Bolt กับภารกิจยกระดับความปลอดภัย ชูใบขับขี่สาธารณะ สร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งผู้โดยสารและผู้ขับขี่
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนเมือง ขณะเดียวกัน อาชีพ “พาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่” ก็ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงช่องทางหารายได้เสริมอีกต่อไป แต่กำลังพัฒนาไปสู่อาชีพที่สามารถสร้างรายได้และความมั่นคงให้กับคนจำนวนมาก ภายใต้การเปลี่ยนแปลงสำคัญของอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญมากขึ้นกับมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความโปร่งใส และการดำเนินงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ธนัตถ์ บัวจันทร์ พาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ของ Bolt และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เป็นหนึ่งในผู้ขับขี่ที่ได้สัมผัสการเปลี่ยนแปลงของอาชีพนี้มาตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี จากจุดเริ่มต้นที่มองการขับรถผ่านแพลตฟอร์มเป็นเพียงทางเลือกในการหารายได้เพิ่มเติม วันนี้ธนัตถ์ได้ตัดสินใจยึดอาชีพนี้เป็นงานหลัก พร้อมนำประสบการณ์จริงจากการทำงานมาถ่ายทอดผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับอาชีพพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ในอีกมุมหนึ่ง
ธนัตถ์เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นว่า หลังเรียนจบเคยทำงานประจำอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนจะเริ่มมองหาช่องทางสร้างรายได้เพิ่มเติม ประกอบกับเป็นคนที่ชื่นชอบการขับรถและมีความสนใจเกี่ยวกับการเดินทาง จึงตัดสินใจสมัครเป็นพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ของ Bolt โดยในช่วงแรกไม่ได้คาดหวังว่าจะทำเป็นอาชีพหลัก แต่เมื่อได้ลองทำจริงกลับพบว่า อาชีพนี้ตอบโจทย์ทั้งในด้านรายได้และความยืดหยุ่นในการบริหารเวลา
“ตอนแรกคิดว่าจะขับเล่นๆ เป็นอาชีพเสริมตามสไตล์ผู้ชายที่ชอบขับรถ แต่พอลองทำจริง รายได้ค่อนข้างดี มีความยืดหยุ่นในการบริหารเวลา ก็เลยตัดสินใจทำเป็นอาชีพหลัก”
ปัจจุบัน นอกเหนือจากการรับส่งผู้โดยสารแล้ว ธนัตถ์ยังนำประสบการณ์จากการทำงานมาต่อยอดผ่านช่อง TikTok ของตัวเอง โดยแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ เทคนิคการทำงาน รวมถึงประสบการณ์ที่พบเจอในแต่ละวัน จนได้รับความสนใจจากผู้ติดตามจำนวนมาก และต่อยอดไปสู่งานด้านคอนเทนต์ ทำให้คุณธนัตถ์สามารถสร้างรายได้จากทั้งสองช่องทางควบคู่กัน
แม้ปัจจุบันจะมีแพลตฟอร์มเรียกรถให้เลือกใช้งานหลายราย แต่ธนัตถ์มองว่า ผู้ขับขี่ควรบริหารจัดการงานอย่างยืดหยุ่น และเลือกใช้แพลตฟอร์มให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เนื่องจากแต่ละแพลตฟอร์มมีข้อดีแตกต่างกัน ทั้งพื้นที่ให้บริการ ช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้บริการ และปริมาณงานในแต่ละพื้นที่
“การเปิดหลายแอพพ์ช่วยให้เราบริหารงานได้ดีขึ้น ถ้าพื้นที่หนึ่งงานน้อย ก็สามารถสลับไปรับงานจากอีกแอปได้ แต่ถ้าถามว่าแอพพ์ที่ผมใช้เป็นหลัก ก็คือ Bolt เพราะระบบใช้งานง่าย ลูกค้าเรียกค่อนข้างต่อเนื่อง และครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ กับปริมณฑล”
จากประสบการณ์ทำงานจริง ธนัตถ์พบว่า ช่วงเวลาที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดมักอยู่ในช่วงเย็น ตั้งแต่ประมาณ 16.00-21.00 น. และบางวันอาจต่อเนื่องไปจนถึงช่วงประมาณ 23.00 น. ขณะที่พื้นที่ให้บริการไม่ได้จำกัดเฉพาะกรุงเทพฯ แต่ยังครอบคลุมพื้นที่โดยรอบ เช่น นนทบุรีและสมุทรปราการ ซึ่งยังมีความต้องการใช้บริการอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ คุณธนัตถ์ยังรับงานส่งพัสดุผ่านแพลตฟอร์มเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ในแต่ละวัน
อย่างไรก็ตาม สำหรับธนัตถ์ สิ่งสำคัญของอาชีพนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องรายได้ แต่คือ “ความไว้วางใจ” ระหว่างผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เพราะการให้บริการรับส่งผู้โดยสารหมายถึงการรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของอีกหนึ่งชีวิตบนท้องถนน
หนึ่งในมาตรการสำคัญที่เข้ามายกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมเรียกรถ คือการกำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ซึ่งธนัตถ์มองว่าเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้กับทุกฝ่าย
ธนัตถ์ซึ่งปัจจุบันถือใบอนุญาตขับรถสาธารณะแล้วกล่าวว่าการมีมาตรฐานดังกล่าวช่วยให้ทั้งผู้โดยสารและผู้ขับขี่เกิดความมั่นใจมากขึ้นเนื่องจากเป็นกระบวนการที่ช่วยคัดกรองและยืนยันว่าผู้ขับขี่มีคุณสมบัติและความพร้อมในการให้บริการอย่างเหมาะสม
“ผมคิดว่าความปลอดภัยของผู้โดยสารต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง การตรวจสอบประวัติ การคัดกรองผู้ขับขี่ รวมถึงการทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นเรื่องที่ควรทำ เพราะสุดท้ายแล้วทุกฝ่ายก็ได้รับประโยชน์”

จากประสบการณ์ส่วนตัว ธนัตถ์ยอมรับว่า ก่อนดำเนินการขอใบอนุญาตขับรถสาธารณะ เคยคิดว่าขั้นตอนอาจยุ่งยาก แต่เมื่อได้ดำเนินการจริงกลับพบว่าไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่หลายคนกังวล
“ผมใช้เวลาแค่ 2 วัน วันแรกสอบ วันที่สองทำใบขับขี่ เตรียมเพียงใบรับรองแพทย์และต้องถือใบขับขี่ส่วนบุคคลมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี ก็สามารถดำเนินการได้”
ธนัตถ์มองว่า แม้ในช่วงแรกผู้ขับขี่บางส่วนอาจรู้สึกว่าการเพิ่มเงื่อนไขด้านกฎหมายเป็นภาระเพิ่มเติม แต่ในระยะยาวถือเป็นการสร้างมาตรฐานร่วมกันให้กับทั้งระบบ เพราะเมื่อทุกคนปฏิบัติตามมาตรฐานเดียวกัน ผู้โดยสารก็จะเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น และผู้ขับขี่เองก็สามารถทำงานได้อย่างภาคภูมิใจในอาชีพของตัวเอง
“ถ้าเราจะรับส่งผู้โดยสาร เราต้องรับผิดชอบชีวิตของคนอื่นด้วย การกำหนดให้มีประสบการณ์ขับขี่ก่อนอย่างน้อย 1 ปี เป็นหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม เพราะทำให้มั่นใจว่าผู้ขับขี่มีประสบการณ์บนท้องถนนเพียงพอ”
นอกจากการดำเนินการตามข้อกำหนดของภาครัฐแล้ว ธนัตถ์ยังเห็นถึงความสำคัญของการสนับสนุนจากแพลตฟอร์ม โดยระบุว่า Bolt มีส่วนช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงข้อมูลและขั้นตอนต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ผ่านการให้คำแนะนำ การอำนวยความสะดวกด้านเอกสาร รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมให้ผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง
ด้วยเหตุนี้ ธนัตถ์จึงเตรียมจัดทำคอนเทนต์เพื่อแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับขั้นตอนการขอใบอนุญาตขับรถสาธารณะ เพื่อให้ผู้ขับขี่รายอื่นเห็นว่ากระบวนการดังกล่าวสามารถดำเนินการได้จริงและไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่หลายคนเข้าใจ
“จริงๆ แล้วไม่ได้ยากอย่างที่หลายคนคิด ผมอยากแชร์ประสบการณ์ตรงให้คนอื่นเห็นว่า ถ้าตั้งใจทำก็สามารถดำเนินการได้ไม่ยุ่งยาก”
สำหรับธนัตถ์ ใบอนุญาตขับรถสาธารณะอาจไม่ได้ทำให้รายได้เพิ่มขึ้นโดยตรง แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นคือความมั่นใจและความน่าเชื่อถือในการทำงาน
“รายได้อาจไม่ได้ต่างกันมาก แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นคือความมั่นใจ ทั้งในฐานะคนขับและในฐานะผู้โดยสาร เพราะเวลาเราเป็นผู้ใช้บริการเอง เราก็อยากนั่งรถที่อยู่ในระบบที่มีมาตรฐานเหมือนกัน”
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางของ Bolt ที่เดินหน้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยผ่านโครงการ Bolt Sure – สร้างความเชื่อมั่นด้วยมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งมุ่งสนับสนุนให้ผู้ขับขี่ดำเนินการตามข้อกำหนดด้านกฎหมาย พร้อมช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงข้อมูลและเครื่องมือที่จำเป็นในการพัฒนาการให้บริการ
ปัจจุบัน Bolt ยังคงเดินหน้าส่งเสริมให้พาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบมาตรฐานเดียวกัน ผ่านทั้งการสนับสนุนด้านข้อมูล การให้คำแนะนำ และมาตรการส่งเสริมต่างๆ เพื่อสร้างระบบนิเวศการเดินทางที่ปลอดภัยสำหรับทุกฝ่าย
สำหรับธนัตถ์ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่เป็นโอกาสในการยกระดับภาพลักษณ์ของอาชีพพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ และสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในระยะยาว
“ผมเชื่อว่าถ้าทุกคนอยู่ในมาตรฐานเดียวกัน ผู้โดยสารก็จะมั่นใจมากขึ้น คนขับเองก็ทำงานได้อย่างสบายใจ และสุดท้ายก็จะเป็นผลดีต่อทั้งอุตสาหกรรมในระยะยาว”
เพราะท้ายที่สุดแล้ว การเดินทางที่ดีไม่ได้วัดเพียงแค่การพาผู้โดยสารไปถึงจุดหมาย แต่คือการทำให้ทุกการเดินทางเกิดขึ้นบนพื้นฐานของความปลอดภัย ความไว้วางใจ และมาตรฐานที่ทุกฝ่ายเชื่อมั่น เพื่อร่วมสร้างประสบการณ์การเดินทางที่มั่นใจยิ่งขึ้นสำหรับทั้งผู้โดยสารและพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่

