แฟนหนุ่มสาวที่ถูกจับหิ้วยาไอซ์ที่ญี่ปุ่น ไม่ทราบว่ามีการซุกซ่อนยาเสพติดในพัสดุ รับหิ้วของจากไทยไปญี่ปุ่นมานานกว่า 1 ปี
จากกรณีที่ น.ส.จุฑาทิพย์ อายุ 28 ปี รับจ้างหิ้วของขึ้นเครื่องบินไปถูกจับที่สนามบินฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น หลังพบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในซองกาแฟ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา
– สาวไทยรับหิ้วของ ถูกจับคาสนามบินญี่ปุ่น พบ ‘ไอซ์’ ซุกในซองกาแฟ แม่เชื่อทำเป็นขบวนการ-ลูกถูกหลอก
เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 27 กรกฎาคม ที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นายศราวุธ หรือ ไอซ์ อายุ 28 ปี แฟนของ น.ส.จุฑาทิพย์ เดินทางมาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี และเปิดเผยว่า แฟนสาวมีอาชีพรับฝากหิ้วสิ่งของจากประเทศไทยไปส่งให้ลูกค้าในประเทศญี่ปุ่น โดยคิดค่าบริการกิโลกรัมละ 300 บาท และดำเนินการลักษณะดังกล่าวมาประมาณ 1 ปี ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤษภาคม ก็มีการฝากหิ้วกันมาแล้ว 1 ครั้ง ได้ค่าจ้างประมาณ 4,000 บาท ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนบัญชีใช้บัญชีผู้โอนเงินเดียวกับการส่งครั้งแรก
อย่างไรก็ตาม เมื่อมาตรวจดูข้อความแชตย้อนหลัง ตั้งข้อสังเกตว่า คนที่ฝากหิ้วพัสดุไม่น่าพูดภาษาไทยได้ สำนวนการพูดคุยเหมือนไม่ใช่คนไทย บางครั้งลงท้ายด้วย “ครับ” บางครั้งลงท้ายด้วย “ค่ะ” ยืนยันว่าไม่ทราบมาก่อนว่ามีการซุกซ่อนยาเสพติดในพัสดุดังกล่าว
โดยระบุว่า แฟนสาวเป็นผู้ติดต่อกับลูกค้าผ่านบัญชีไลน์ ซึ่งมีการสื่อสารกับลูกค้าหลายราย และมีหลักฐานการจัดส่งพัสดุไปยัง “ผู้รับในประเทศญี่ปุ่น” รวม 9 ราย
ส่วนวันที่คนร้ายขับรถมาส่งของที่บ้าน คือวันที่ 10 กรกฎาคม ตอนนั้นไม่ได้สนใจอะไร เพราะแฟนสาวเป็นคนออกไปรับพัสดุ ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ส่วนเหตุการณ์ที่สนามบินฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ตนเดินทางไปกับนางสาวที่จุทาทิพย์ ด้วย หลังจากรับกระเป๋าเดินทางและผ่านจุดตรวจ แฟนสาวถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว ขณะที่ตนเองและเพื่อนถูกแยกไปสอบสวน โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นกระเป๋าของตนจำนวน 2 ใบ แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ก่อนจะได้รับการปล่อยตัว
ขณะที่ น.ส.จุฑาทิพย์ แฟนสาว นับตั้งแต่วันนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย รวมไปถึงแชตที่พูดคุยกับผู้ฝากหิ้วก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย ส่วนเหตุผลที่ตนเองไม่ถูกควบคุมตัว คาดว่าเจ้าหน้าที่ อาจจะสุ่มตรวจโดยยึดจากการ Booking ซึ่งตนเดินทางกลับมาถึงเมืองไทยเมื่อคืนวันที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
นายศราวุธ กล่าวอีกว่า ขอยืนยันความบริสุทธิ์ และเชื่อว่าแฟนสาวอาจตกเป็น “ผู้เสียหาย” โดยไม่ทราบว่ามีการซุกซ่อนยาเสพติดในพัสดุ พร้อมทั้งขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยประสานความช่วยเหลือกับทางการญี่ปุ่น ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยกรมการกงสุลได้ประสานให้ความช่วยเหลือและจัดหาทนายความแล้ว ขณะที่ครอบครัวยังคงรอความชัดเจนว่าอัยการญี่ปุ่นจะมีคำสั่งฟ้องหรือไม่ ภายในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้



