เลิกกันไม่ถึงเดือน อดีตสามียิง “เจ๊ชมพู่” เจ้าของลิสซิ่งชื่อดังเมืองลำปาง ดับคาบ้าน สารภาพปมหึงหวง
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 พ.ต.อ.คมสันต์ บำรุงยศ ผู้กำกับการ สภ.เมืองลำปาง พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธานี ตันจันทร์กูล รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.เมืองลำปาง ร.ต.อ.ทรัพย์ ปองดอง รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองลำปาง และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันภายในบ้านพัก ในชุมชนช่างแต้ม ซอย 1 เขตเทศบาลนครลำปาง หลังได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตภายในบ้าน
ที่เกิดเหตุพบศพ นางธัญญพัทธ์ หรือชมพู่ อายุ 55 ปี เจ้าของธุรกิจลิสซิ่งชื่อดังของจังหวัดลำปาง เสียชีวิตอยู่ภายในบ้านพัก โดยมีผู้ก่อเหตุคือ นายชัยนรินทร์ อายุ 61 ปี อดีตสามี ซึ่งหลังก่อเหตุไม่ได้หลบหนี และอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
จากการตรวจสอบบริเวณหน้าบ้าน เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนตกอยู่หลายปลอก จึงกันพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมห้ามผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปภายใน เพื่อรักษาพยานหลักฐาน ขณะที่เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง และแพทย์เวรโรงพยาบาลลำปาง เข้าชันสูตรพลิกศพและเก็บหลักฐานอย่างละเอียด
จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิตเพิ่งหย่าร้างกันได้ไม่ถึง 1 เดือน ก่อนเกิดเหตุทั้งสองฝ่ายมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ภายในบ้านพัก กระทั่งฝ่ายชายใช้อาวุธปืนลูกโม่ก่อเหตุยิงอดีตภรรยาเสียชีวิต
ภายหลังถูกควบคุมตัว นายชัยนรินทร์ให้การกับผู้สื่อข่าวว่า สาเหตุเกิดจากความหึงหวง เนื่องจากหลังหย่าร้าง อดีตภรรยามักออกไปเที่ยวสถานบันเทิงเป็นประจำ ทั้งที่ตนเคยตักเตือนหลายครั้ง โดยกล่าวว่า “ผมได้เตือนเขาแล้ว เพราะเพิ่งหย่าร้างกันได้ไม่นาน แต่เขาก็ยังไปเที่ยวบ่อย ผมไม่รู้ว่าไปเที่ยวแล้วมีอะไรหรือเปล่า จึงเกิดความหึงหวง” พร้อมระบุว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตเพิ่งไปเที่ยวเมื่อประมาณ 2 วันที่ผ่านมา ก่อนทั้งสองจะมีปากเสียงกันจนบานปลาย
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า อาวุธที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนลูกโม่บรรจุกระสุนได้ 6 นัด และพบปลอกกระสุนประมาณ 5 ปลอก โดยหลังจากก่อเหตุภายในบ้าน ผู้ก่อเหตุได้นำปลอกกระสุนบางส่วนออกมาทิ้งไว้บริเวณถนนหน้าบ้าน ก่อนถูกเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัว
สำหรับ “ลำปางลิสซิ่ง” ถือเป็นธุรกิจลิสซิ่งที่เปิดดำเนินกิจการมายาวนานและเป็นที่รู้จักของชาวลำปาง โดยผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าของกิจการ ส่วนอดีตสามีช่วยดูแลกิจการร่วมกันมาตลอด ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความตกใจและสะเทือนใจให้กับผู้ที่รู้จักเป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังอยู่ระหว่างสอบสวนพยาน รวบรวมพยานหลักฐาน และรอผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุตามกฎหมาย และสรุปข้อเท็จจริงของคดีต่อไป





