

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 มีนาคม พ.ต.อ.สุริยา จำนงโชค ผกก.(สอบสวน) สน.สำราญราษฎร์ รับแจ้งเหตุปล้นห้างหุ้นส่วนอินเตอร์อาร์ม เลขที่127/17 ซอยสามยอดพลาซ่า ถนนเจริญกรุง แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร รุดไปที่เกิดเหตุ พบคนร้ายถูกเจ้าของร้านขายปืนและเจ้าหน้าตำรวจยิงสกัดได้รับบาดเจ็บจำนวน3คน โดยทั้งหมดเป็นชาวจีน ไม่สามารถพูดภาษาไทยได้
จากการตรวจสอบพบของกลางตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ประกอบด้วย สิ่งเทียมอาวุธปืน 2 กระบอก มีดพก 1 เล่ม กุญแจมือ 1 อัน วิทยุสื่อสาร 2 เครื่อง รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซูโม่เอ็กซ์ สีดำ ทะเบียน สมค 122 กรุงเทพมหานคร และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า คลิก สีแดง ทะเบียน รษน 788 กรุงเทพมหานคร จากการตรวจสอบเบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย เป็นคนร้าย 3 คน นำส่งโรงพยาบาลตำรวจ2คน โรงพยาบาลกลาง 1 คน นายปกรณ์ แดงละม้าย อายุ 38 ปี เจ้าของห้างหุ้นส่วนอินเตอร์อาร์ม ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ นำส่งโรงพยาบาลศิริราช และนายสิทธินนท์ มนธาพันธ์ อายุ 32 ปี บาดเจ็บบริเวณหลัง นำส่งโรงพยาบาลหัวเฉียว อย่างไรก็ตาม ระหว่างนั้นพบว่า คนร้ายอีก 1 คนได้หลบหนีไปอยู่ ในซอยศิริชัย1 ถนนมหาไชย แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 200 เมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงระดมกำลังเข้าปิดล้อม
ต่อเวลา 11.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) พล.ต.ท ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผบช.น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท. พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 และพ.ต.อ.ชุมพล ชาญชนะโยธิน ผกก.สน.สำราญราษฏร์ เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.6 ประมาณ 10 นาย พร้อมอาวุธครบมือ เข้าปิดล้อมหน้าบ้านไม้ร้าง เลขที่ 372 ซอยศิริชัย 1 ถนนมหาไชย ของน.ส.ธีรพร บุศยอังกูร ที่คนร้ายเข้าไปหลบซ่อน โดยขณะนั้นไม่มีคนอยู่ในบ้าน โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง ก่อนบุกเข้าชาร์จจับตัวเอาไว้ได้ ทราบชื่อ นายลี กวน เปี่ยว อายุ 34 ปี ชาวจีน-มองโกเลีย ก่อนจะควบคุมตัวมาบริเวณร้านที่เกิดเหตุเพื่อให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ สอบปากคำ เบื้องต้นที่ร้านอินเตอร์อาร์ม โดยมีล่ามชาวจีนช่วยแปลภาษา ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง
จากนั้นพล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า เมื่อเวลา10.00น. ได้รับรายงานจากพล.ต.ท.ศานิตย์ ว่ามีเหตุปล้นร้านปืน จากการตรวจสอบภายหลังทราบว่าเป็นชาวจีนมองโกเลีย 5 คน ถืออาวุธคล้ายปืนจำนวน 2 กระบอก มีดพก 1 เล่ม เข้ามาในร้านบุกรุกประสงค์ต่อทรัพย์ มีหัวหน้าใหญ่ 1 คนสั่งการ และมีลูกน้องอีก 4 คนลงมือทำ วางแผนอย่างดี ติดต่อกันทางวิทยุสื่อสาร โดยวันที่ 3 มีนาคม มาดูสถานที่เกิดเหตุแล้ว จึงลงมือก่อเหตุในวันนี้ จากการซักถามนายลี กวน เปี่ยว ในการก่อเหตุครั้งนี้ทราบเพียงว่ามาปล้นปืนแต่ไม่ทราบว่าหัวหน้าจะนำปืนไปทำอะไร จากการตรวจสอบพบว่าชาวจีนทั้ง 4 คนเป็นลูกน้อง มีการเข้าออกภายในประเทศ เดินทางเข้าไทยครั้งแรกพร้อมกันวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และอีก1คนเป็นหัวหน้า เดินทางเข้าออกไทยหลายครั้ง ขณะนี้หัวหน้ายังคงหลบหนีอยู่ในประเทศไทย สั่งการให้ พล.ต.ท.ศานิตย์ และ พล.ต.ต.ทรงพล ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ทั้งนี้รถจักรยานยนต์ที่คนร้ายขี่มานั้นเป็นการสวมแผ่นป้ายทะเบียนปลอม เชื่อว่าน่าจะเป็นรถจักรยานยนต์ที่ขโมยมาเพื่อก่อเหตุ จากการตรวจสอบไม่มีคนไทยเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวต่อว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ 80-90 เปอร์เซ็นต์ มาประเทศไทยเพื่อการท่องเที่ยว สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจวางมาตรการที่เข้มงวด อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้ มีเจ้าของร้านและพนักงานในร้านได้รับบาดเจ็บ และผู้ต้องหาถูกตำรวจยิงได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เสียชีวิตที่โรงพยาบาล 1 ราย
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับรายชื่อผู้ก่อเหตุรวมถึงหัวหน้าแก๊งมีทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย 1.นายซุน จุ้นเหว่ย อายุ 27 ปี ชาวเฮอหนาน สัญชาติจีน ถูกเจ้าหน้าที่ยิงไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลกลาง 2.นายหม่า เกิง อายุ 34 ปี ชาวมองโกล สัญชาติจีน ถูกเจ้าหน้าที่ยิงได้รับบาดเจ็บและถูกจับกุมใกล้กับจุดเกิดเหตุ 3.นายหวู๋ ซิ่งจุน อายุ 40 ปี ชาวมองโกล สัญชาติจีน ถูกเจ้าหน้าที่ยิงได้รับบาดเจ็บ นำส่งโรงพยาบาลตำรวจ 4.นายหลี่ คุณเผิง อายุ 26 ปี ชาวเฮยหลงเจียง สัญชาติจีน ถูกเจ้าหน้าที่ตามล้อมจับและนำมาสอบสวน และ5.นายเจิ้น หยาง หัวหน้าแก๊งที่คอยสั่งการทางวิทยุและหลบหนีไป ( ภาพบางส่วน จาก ปอ205 )
https://www.youtube.com/watch?v=YXckxd9nnj0
ต่อมา พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว(ผบก.ทท.) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนตำรวจนครบาล 6 นำตัว1ในผู้ต้องหาชาวจีนที่ก่อเหตุรวมกับพวกก่อเหตุปล้นร้านขายอาวุธปืน นำตัวไปทำแผนที่เกิดเหตุ ก่อนจะนำตัวมาชี้จุดที่พักทั้ง3 แห่งในย่านถนนพระอาทิตย์ เพิ่มเติม
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จากการนำตัวผู้ก่อเหตุมาขยายผลในบริเวณดังกล่าว ทราบว่าทางกลุ่มผู้ก่อเหตุเข้ามาพักที่(พิชชี่ เกสท์เฮ้า) ริมถนนพระอาทิตย์ ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ จนถึงวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา ก่อนจะมีการเช็คออกไป พักที่เกสท์เฮ้าอีกสองแห่งภายในซอยชนะสงคราม ซึ่งจากการตรวจสอบภายในห้องพักแล้วไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด ส่วนคำให้การของผู้ต้องหาว่าหลังก่อเหตุจะเดินทางไปที่เมืองพัทยา และจังหวัดภูเก็ต ยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ ส่วนการติดตามตัวนายเจิ้น หยาง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาระดับหัวหน้าที่หลบหนีอยู่ เชื่อว่ายังอยู่ในเมืองไทย ได้ประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองร่วมติดตามตัว ส่วนการก่อเหตุในครั้งนี้เชื่อว่าไม่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายแต่อย่างใด
เบื้องต้นทางตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาไปทำการสอบสวนที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 6 เพื่อขยายผลเร่งติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการ รวมถึงสาเหตุการก่อเหตุในครั้งนี้ ก่อนในวันพรุ่งนี้(5 มีนาคม) จะมีการนำตัวนายหลี่ กังเป็ง (Li kanpeng) ไปฝากขังต่อศาลอาญา กรุงเทพใต้




