กองปราบ ขีดเส้น 31 ก.ค. ให้ 13 ผู้ต้องหา โกงสอบท้องถิ่น รับทราบข้อหา บิ๊กสถ.ขอเลื่อนไปสัปดาห์หน้า

29.07.26 | 20:51 น.

กองปราบ ขีดเส้น 31 ก.ค. ผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่น 13 ราย เข้ารับข้อกล่าวหา เผย ‘ธีรุตม์’ ขอเลื่อนพบพนักงานสอบสวนสัปดาห์หน้า

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. เปิดเผยความคืบหน้าคดีทุจริตการสอบคัดเลือกบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรณีพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ต้องหารวม 13 ราย ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาภายในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้

พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ระบุว่า หมายเรียกที่ส่งให้ นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และ นายเรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) นั้น ทั้งสองได้รับหมายเรียกเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า นายเรืองเดชได้ประสานพนักงานสอบสวนว่าจะเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาตามกำหนดในวันที่ 31 กรกฎาคม ส่วนนายธีรุตม์นั้นแจ้งขอเลื่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนเป็นสัปดาห์หน้า เนื่องจากยังอยู่ต่างจังหวัด และตรงกับช่วงวันหยุดยาว โดยทั้งสองจะถูกแจ้งข้อกล่าวหารวม 7 ข้อหา

สำหรับผู้ต้องหาอีก 11 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ตรวจพบภายในบริษัทของ จ.ส.ต.ดร.พิชิต ทั้งพรม หรือ จ่าพิชิต อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ขณะกำลังแก้ไขข้อมูลข้อสอบนั้น คาดว่าส่งหมายเรียกครบทั้งหมดแล้ว แม้ยังไม่มีการประสานวันเข้าพบพนักงานสอบสวน แต่เชื่อว่าจะไม่มีปัญหา เนื่องจากทั้งหมดเคยให้ถ้อยคำต่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. มาแล้ว

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า หากผู้ต้องหารายใดไม่เข้าพบพนักงานสอบสวนภายในกำหนดตามหมายเรียกครั้งแรกในวันที่ 31 กรกฎาคม ก็จะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 และหากยังไม่มาพบตามกำหนดอีก จะดำเนินการขออำนาจศาลออกหมายจับเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Advertisement

นอกจากนี้ ในวันที่ 31 กรกฎาคม พนักงานสอบสวนจะเข้าไปยังเรือนจำเพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่ผู้ต้องหา 3 ราย ได้แก่ นายวิน ธนพชรโภคิน ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน และ จ.ส.ต.ดร.พิชิต ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างถูกคุมขัง

โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย จะถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ในความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ประกอบมาตรา 157 ซึ่งกำหนดโทษผู้สนับสนุนเป็นสองในสามของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดดังกล่าว