วิพุธ จี้ สอบคุณสมบัติผู้ชนะประมูลอุโมงค์บึงหนองบอน 9.5 พันล้าน หลังยื่นฟื้นฟูกิจการ วิศณุ แจง ยังไม่ได้เซ็นสัญญา ยกหูคุยกรมบัญชีกลางแล้ว ยังเข้าเกณฑ์ แต่จะยื่นหนังสือถามอีก
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ‘การประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 2) ประจำปีพุทธศักราช 2569’ โดยมี นางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม
ในตอนหนึ่ง นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก กลุ่มคนทำงาน ได้อาศัยอำนาจตามข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ.2562 ข้อ 39 (1) ขอหารือเป็นการพิจารณาด่วนในเรื่องของประเด็นอุโมงค์บึงหนองบอน ส่วนต่อขยายกทม.มูลค่ากว่า 9.5 พันล้านบาท ว่า ประเด็นนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก คือโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนส่วนต่อขยาย มูลค่ากว่า 9.5 พันล้านบาท ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของกทม.ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในฝั่งตะวันออก ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ปรากฏข้อมูลจากสื่อหลายสำนักว่า บริษัทเนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) (NWR) ซึ่งเป็นแกนนำของกิจการร่วมค่าที่ชนะการประมูล ได้ยื่นคำร้องขอพื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง ก่อนวันยื่นเสนอราคา และกรุงเทพมหานครได้ชะลอการลงนามในสัญญาไว้ก่อน เพื่อพิจารณาข้อกฎหมายและประเมินความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น
“ผมไม่ได้มากล่าวหาว่าใคร หรือบริษัทไหนเป็นผู้กระทำผิดและไม่ได้ก้าวล้วงอำนาจพิจารณาของศาลเพราะกระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินการอยู่ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ประชาชนกำลังรอคำตอบอย่างชัดเจนจากทางกรุงเทพมหานคร นั้นคือความมั่นใจว่าเงินภาษีของประชาชนจะได้รับการคุ้มครองและโครงการสำคัญของเมืองสามารถดำเนินการต่อได้จนแล้วเสร็จ” นายวิพุธ กล่าว

นายวิพุธ กล่าวต่อว่า จากข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะยังพบว่าบริษัทดังกล่าวได้รับงานจากสำนักการระบายน้ำในอีกหลายโครงการ รวมมูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท โดยบางโครงการมีผลการดำเนินงานที่ล้าช้ากว่าแผนซึ่งอาจมีได้หลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเวนคืนพื้นที่ การย้ายระบบสาธารณูปโภค หรือว่าการปรับแบบก่อสร้าง ซึ่งปัญหาทางเทคนิคหรือว่าเหตุสุดวิสัยอื่นๆ แต่เป็นข้อมูลที่ฝ่ายบริหารควรจะนำมาประกอบการประเมินความเสี่ยงในการดำเนินการโครงการใหม่ด้วย ดังนั้นขอหารือผ่านท่านประธานไปยังฝ่ายบริหาร 3 ข้อ ดังนี้
1.กทม.ได้ตรวจสอบแล้วหรือไม่ว่าผู้ชนะการประมูล ยังมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขของประกาศการประกวดราคา TOR และกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกประการ
2.กทม.ได้ประเมินความเสี่ยงด้านฐานะทางการเงิน ความสามารถในการดำเนินโครงการ และความต่อเนื่องของงานตลอดอายุสัญญาไว้อย่างรอบด้านแล้วหรือไม่
3.หากผลการตรวจสอบพบว่ามีความเสี่ยงที่อาจจะส่งผลกระทบต่อโครงการ กทม.มีแนวทางการรองรับหรือแผนสำรองไว้อย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อเงินงบประมาณ และไม่ให้ประชาชนต้องรอการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมออกไปอีก
“ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าฝ่ายบริหารจะให้ข้อมูลข้อเท็จจริงและผลการตรวจสอบต่อสภาและต่อพี่น้องประชาชนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าทุกการตัดสินใจอยู่บนพื้นฐานของความรอบคอบ โปร่งใส และคำนึงถึงปรโยชน์สาธารณะสูงสุด” นายวิพุธกล่าว

ด้าน นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่ากรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นที่รับทราบกันในข่าวว่ากรุงเทพมหานครไม่ได้ละเลย เพื่อสร้างความมั่นใจให้ได้ เราได้ทำตามระเบียบพัสดุการจัดซื้อจัดจ้าง ขั้นตอนตอนนี้ยังไม่ได้มีการเซ็นสัญญา ยังไม่ได้อยู่ขั้นตอนที่กรรมการคัดเลือกพิจารณาผล แต่ทางสำนักระบายน้ำจะมีการทำหนังสือหารือไปทางกรมบัญชีกลาง เพื่อเล่าเคสตรงนี้ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้ แล้วจะเป็นอย่างไร
นายวิศณุ กล่าวต่อว่า ตามที่เรียนถามกรรมการคัดลือกมาเหมือนกับว่าคุณสมบัติผ่าน เนื่องจากขึ้นทะเบียนของกรมบัญชีกลางอยู่แล้ว ถึงแม้ตัวผลประกอบการติดลบ แต่กรมบัญชีกลางยังถือว่ายังเข้าข่ายมีคุณสมบัติตามเกณฑ์อยู่ อย่างที่เรียนทั้งหมดเป็นการหารือทางโทรศัพท์กับกรมบัญชีกลาง วันนี้ฝ่ายบริหารเพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง ซึ่งได้ทราบเรื่องและให้ทำหนังสือถามกรมบัญชีกลางอย่างเป็นทางการ ว่าหลังจากข้อเท็จจริงทั้งหมดที่บริษัทนี้ผู้เสนอราคาต่ำสุดอยู่ระหว่างยื่นเพื่อเสนอแผนฟื้นฟูจะมีสิทธิ มีคุณสมบัติหรือไม่อย่างไร
นายวิพุธ กล่าวเสริมว่า ตนคิดว่าคำตอบที่ชี้แจงมาค่อนข้างจะชัดเจน ประเด็นนี้ขอฝากไปทางฝ่ายบริหารด้วยว่าให้ดำเนินการอย่างรอบคอบและยึดตามแผนที่ดำเนินการไว้ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบในภายหลังเพราะตนเชื่อว่าโครงการการระบายน้ำ โดยเฉพาะทางฝั่งตะวันออกที่เป็นพื้นที่รับน้ำที่สำคัญของกทม.มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง


