หน้าแรก ในประเทศ ถกปัญหา ‘ทางม...

ถกปัญหา ‘ทางม้าลาย’ ทั่วกรุง จี้ยกระดับ ชัชชาติ รับเรื่อง ส.ก.ทุ่งครุ สงสัย ไฟเขียวรอข้าม เดี๋ยวสั้น เดี๋ยวยาว ชาวบ้านงง

1.08.26 | 11:35 น.

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยสาม (ครั้งที่ 2) ซึ่งมีนายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาญัตติของนายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา (ดร.จอห์น) ส.ก.เขตลาดกระบัง ขอให้กรุงเทพมหานครปรับปรุงทางข้าม ทางม้าลาย เพื่อความปลอดภัยในการข้ามถนนของประชาชน

ดร.จอห์น กล่าวว่า หลายจุดในพื้นที่ลาดกระบัง โดยเฉพาะหน้าโรงเรียนประสานสามัคคีและบริเวณวัดสังฆราชา ยังขาดป้ายเตือน ไฟสัญญาณ กล้องวงจรปิด และเครื่องหมายทางม้าลายที่ชัดเจน ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ชะลอความเร็วและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง รวมถึงยังพบปัญหารถจักรยานยนต์ย้อนศรและลักไก่ข้ามทางม้าลายอย่างต่อเนื่อง จึงขอเสนอให้ กทม. ผลักดัน “ทางม้าลายปลอดภัย” ด้วยการติดตั้งระบบเซ็นเซอร์ สัญญาณไฟ ป้ายเตือน กล้อง CCTV และประสานตำรวจจราจรเพื่อบังคับใช้กฎหมายและจับปรับผู้ฝ่าฝืนอย่างจริงจัง พร้อมยกระดับ “ลาดกระบังโมเดล” เป็นต้นแบบพื้นที่ปลอดภัยสำหรับคนเดินเท้า

ดร.จอห์น กล่าวต่ออีกว่า ที่ผ่านมาตนผลักดันร่วมกับสมาชิก โดยตั้งคณะกรรมการวิสามัญ ขอให้ตำรวจจราจรอยู่ในการกำกับดูแลของ กทม. แต่ไม่สำเร็จ เพราะจากที่พูดคุยกับทางตำรวจจราจรยินดีปรับเพื่อเอารายได้เข้ารัฐ แต่อยากให้ กทม. เป็นเจ้าภาพ สิ่งที่ตนขอให้ กทม. เร่งดำเนินการคือ

1. ติดตั้งระบบสัญญาณไฟข้ามพร้อมปุ่มกด ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ติดตั้งป้ายเตือนทางม้าลายและเส้นชะลอความเร็วก่อนถึงจุดข้าม
3. จัดให้มีแสงสว่างเพียงพอ เพื่อให้ผู้ขับขี่มองเห็นคนข้ามถนนได้ชัดเจนในเวลากลางคืน
4. ทาสีและบำรุงรักษาเครื่องหมายทางม้าลายให้มีความชัดเจนอยู่เสมอ
5. ตรวจสอบและบำรุงรักษาสัญญาณเสียงสำหรับผู้พิการทางสายตาให้พร้อมใช้งาน
6. จัดให้มีธงแดงหรืออุปกรณ์เพื่อเพิ่มการมองเห็นบริเวณหน้าโรงเรียน เขตชุมชน และพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทาง
7. ติดตั้ง S-GUARD ไม่ให้รถจักรยานยนต์ลักไก่ข้ามเกาะกลาง

Advertisement

นายอัครชัย กันธมาลา ส.ก. เขตดุสิต อภิปรายสนับสนุน พร้อมยกตัวอย่างแยกศรีย่านที่ตนพบเจอปัญหาตั้งแต่ช่วงหาเสียง และเกือบประสบอุบัติเหตุด้วยตนเอง ซึ่งบริเวณดังกล่าวอยู่ใกล้จุดสำคัญของเขตดุสิต แต่ละวันมีประชาชนสัญจรหลักหมื่นคน รวมถึงมีรถยนต์ผ่านเป็นจำนวนมาก ทำให้พบปัญหา 3 ประการ ได้แก่ ทางข้ามไม่มีสัญญาณไฟกด คนข้ามทางม้าลายต้องลุ้นโชคเอา สภาพทางม้าลายเลือนหายเกินครึ่งถนน และเมื่อข้ามถนนยังมีสิ่งกีดขวางบดบังทัศนวิสัย ทำให้มองไม่เห็นรถยนต์และรถจักรยานยนต์ก่อนข้าม อีกทั้งเลนเลี้ยวซ้ายผ่านตลอด แม้รถจะหยุดให้คนข้าม ก็ยังเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

ทั้งนี้ ในเขตดุสิตมีแยกลักษณะนี้อยู่จำนวนมาก โดยจุดที่เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือบริเวณที่สภาพทางข้ามทรุดโทรม ไม่มีปุ่มกด และมีปัญหาด้านทัศนวิสัย ดังนั้น ตนจึงเสนอ 3 แนวทางเพื่อลดความเสี่ยง ได้แก่ สร้างทางข้ามยกระดับ จัดทำสัญญาณไฟให้คนข้ามก่อนรถ และปรับปรุงทัศนวิสัยสำหรับผู้ใช้ทางข้าม

นายกันตพงศ์ ดีชัยยะ ส.ก. เขตตลิ่งชัน กล่าวว่า ทางม้าลายบริเวณหน้าโรงเรียนอนุบาลนกน้อยอยู่ในสภาพชำรุด สีไม่เต็มแนวจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม ซึ่งปัญหาลักษณะนี้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่ว กทม. บางจุดมีการติดตั้งเสาสัญญาณไฟกดข้ามบริเวณเชิงทางลงสะพาน ก่อนถึงทางม้าลายและอยู่ใกล้ทางเลี้ยวซ้าย จึงไม่มั่นใจว่าเป็นไปตามหลักวิศวกรรมจราจรหรือไม่

นายกันตพงศ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยยื่นหนังสือถึงสำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร ขอให้ย้ายทางม้าลายบนถนนพุทธมณฑลสาย 1 โดยมีการย้ายตำแหน่งทางม้าลายแล้ว แต่เสาสัญญาณไฟแดงกลับยังไม่ได้ย้ายตาม ทำให้เกิดความสับสนและมีอุบัติเหตุในบริเวณดังกล่าวหลายครั้ง จึงตั้งคำถามว่าจะต้องรอการแก้ไขอีกนานแค่ไหน

สำหรับถนนพรานนก–พุทธมณฑลสาย 4 ระยะทางประมาณ 5.9 กิโลเมตร มีสะพานลอยเพียงจุดเดียว และก่อสร้างมาแล้วประมาณ 3 ปี แต่ยังไม่เปิดใช้งาน ขอให้พิจารณาเพิ่มสะพานลอยในจุดจำเป็น เช่น หน้าตลาดเทพเจริญ และบริเวณถนนปากน้ำฝั่งเหนือข้ามไปวัดแก้ว รวมทั้งควรปิดช่องทางกลับรถและทางลักข้ามที่เป็นอันตราย สำรวจทางม้าลายทั้งหมดว่าตั้งอยู่ในจุดที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยหรือไม่ และนำระบบ AI มาใช้ตรวจจับและออกใบสั่งแก่ผู้ฝ่าฝืนอย่างจริงจัง เพื่อสร้างวัฒนธรรมการใช้รถใช้ถนนที่ปลอดภัย

นายหยกพรชัย อิสระเสรีพงษ์ ส.ก.เขตหนองจอก อภิปรายสนับสนุน โดยระบุว่า พื้นที่หนองจอกมีปัญหาทางม้าลายและทางข้ามหลายจุด เช่น สะพานลอยหน้าโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกที่ควรปรับปรุงและติดตั้งหลังคาคลุม รวมถึงทางม้าลายบริเวณถนนมิตรไมตรี ซอย 3 ใกล้แยกโรงเรียนหนองจอกพิทยานุสรณ์ ซึ่งมีสีเลือนลาง

ส่วนบริเวณถนนมิตรไมตรี ซอย 6 เดิมเคยมีทางม้าลาย แต่เมื่อมีการขยายช่องจราจร ทางม้าลายกลับหายไป จึงขอให้คืนพื้นผิวทางข้าม พร้อมเพิ่มสัญญาณไฟสำหรับคนข้ามบริเวณซอยเลียบวารี 11 และซอยเชื่อมสัมพันธ์ 13 และ 17

นายณัฐนนท์ นาคหล่อ ส.ก.เขตทวีวัฒนา กล่าวว่า บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 3 ตัดกับถนนทวีวัฒนา–กาญจนาภิเษก เดิมมีทางม้าลาย แต่เมื่อมีการก่อสร้างถนนพรานนก ทางข้ามเดิมไม่สามารถใช้งานได้ เพราะอยู่บริเวณทางลงสะพาน จึงขอให้เลื่อนไปยังตำแหน่งที่ปลอดภัย เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีคลินิกแพทย์แผนไทยและประชาชนเดินทางมาใช้บริการจำนวนมาก

ขณะที่ถนนพุทธมณฑลสาย 2 บริเวณซอย 21/1 มีบ้านเรือนจำนวนมาก แต่เมื่อข้ามทางมาถึงเกาะกลางถนนกลับไม่สามารถผ่านต่อได้ เพราะขวางแนวทางข้าม ส่งผลให้ผู้พิการและผู้ใช้รถเข็นไม่ได้รับความสะดวก ส่วนบริเวณฝั่งหมู่บ้านกรีนวิลล์ แม้จะมีระบบกดสัญญาณไฟข้าม แต่ยังพบรถจักรยานยนต์ลักลอบกลับรถ ควรใช้กล้องตรวจจับและออกใบสั่งจริง รวมทั้งสำรวจสัญญาณไฟจราจรที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักการจราจรและขนส่ง ซึ่งเมื่อเกิดปัญหามักได้รับการแก้ไขล่าช้า

น.ส.ภัคญดา อำนวยเดชกร ส.ก.เขตวัฒนา กล่าวว่า พื้นที่เขตวัฒนายังพบปัญหาทางข้ามหลายจุด ทั้งแบริเออร์ชำรุด สัญญาณไฟคนข้ามเสีย ทางข้ามใต้เชิงสะพาน และแยกเอกมัยใต้ที่ยังปล่อยให้รถเลี้ยวซ้ายผ่านตลอด รวมถึงการติดตั้งเสาสัญญาณไฟและเสากล้องหลายต้นจนบดบังทัศนวิสัย จึงขอให้เร่งปรับปรุงเพื่อเพิ่มความปลอดภัย นอกจากนี้ ตั้งข้อสังเกตว่างบจ้างที่ปรึกษา 29 ล้านบาท ยังไม่สะท้อนผลลัพธ์ที่ชัดเจน ทั้งที่อุบัติเหตุคนเดินเท้าบนทางข้ามราว 1 ใน 3 ของประเทศเกิดในกรุงเทพฯ จึงเสนอให้ปรับ KPI ไปวัดผลด้านความปลอดภัยและการลดอุบัติเหตุ พร้อมนำรูปแบบสัญญาณเตือนจากต่างประเทศและเมืองต้นแบบในไทยมาประยุกต์ใช้

พร้อมเสนอให้จัดทำ “คู่มือมาตรฐานการออกแบบทางข้ามคนเดินเท้ากรุงเทพมหานคร” ให้สอดคล้องกับหลักปฏิบัติของกระทรวงคมนาคม โดยยึดหลักสำคัญ 7 ประการ ได้แก่ การศึกษาตำแหน่งทางข้าม ระยะการมองเห็นขั้นต่ำ มาตรฐานแสงสว่าง มาตรการลดความเร็ว การออกแบบให้เหมาะสมกับบริบท การประเมินความปลอดภัย และการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง กล่าวว่า ในเขตของตนมีทางม้าลายบริเวณปากซอยเอกชัย 33 ที่เก่า รถวิ่งมาชนคน ซึ่งอันตรายมาก หลายกรณีอยู่ใกล้สะพาน เมื่อลงมาก็มองไม่เห็นคนข้ามทางม้าลาย จนเกิดอุบัติเหตุ ตนจึงอยากให้ขยับทางม้าลายออกไปอีก และมีศาลาให้คนพัก น่าจะเป็นประโยชน์กับประชาชน

“เรามีทางม้าลายที่มีความทันสมัยหรือไม่ ผมคิดว่าต้องพัฒนาแล้ว ฝากผู้บริหารกรุงเทพมหานครด้วย อย่าใช้แบบโบราณ ทำแล้วดูไม่ใช่เมืองมหานคร ผมไม่อยากให้ท้องถิ่นอื่นที่ทำแล้วดูดีกว่ากรุงเทพมหานคร อย่างน้อยเราต้องเป็นผู้นำ เพราะเขามาดูงานเราบ่อย ผมว่าเรายังเป็นรองเขา”

นายสุทธิชัย กล่าวต่อไปว่า เราจะทำอย่างไรกับผู้ที่ผิดกฎจราจร บางครั้งมีคนข้ามก็ไม่จอด สุดท้ายไปเฉี่ยวชนกันเกิดอุบัติเหตุแล้วหนี คนก็เจ็บฟรี ทางม้าลายบางแห่งก็ไม่มีปุ่มให้คนกดข้ามถนน เช่น บริเวณทางเข้าโรงเรียนบางมดวิทยา ไม่รู้ว่าไม่มีงบหรืออย่างไร นักเรียนต้องช่วยกันเอง ตนไปสอบถาม เขาบอกว่ารอให้ผู้ว่าฯ กทม. สั่ง จึงขอฝากไปด้วย

นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก อภิปรายว่า ทางม้าลายบนถนนเจริญกรุงบริเวณหน้าโรงเรียนอัสสัมชัญบางรักยังไม่ได้รับการปรับปรุง ขณะที่ทางออกถนนสุรวงศ์สู่ถนนเจริญกรุงมีทางม้าลายเพียงช่วงกลางถนน แต่ด้านซ้ายและขวาขาดหาย จึงขอให้เร่งแก้ไขให้ได้มาตรฐาน

นอกจากนี้ บริเวณใต้ทางด่วนศรีรัช หน้าโรงพยาบาลเลิดสิน แม้มีทางม้าลายแต่ไม่มีพื้นที่รองรับคนรอข้ามถนน จึงเสนอให้ติดตั้งสัญญาณไฟแบบปุ่มกด เช่นเดียวกับถนนมหานครที่เกิดอุบัติเหตุจากการข้ามถนนบ่อยครั้ง ขอให้สำนักการจราจรและขนส่งพิจารณาติดตั้งสัญญาณไฟเพื่อเพิ่มความปลอดภัย

ขณะที่นายสุรเกียรติ หวังพิทักษ์ ส.ก.เขตคลองสามวา กล่าวว่า ตนขออนุญาตชี้เป้าทางม้าลายบนถนนพระยาสุเรนทร์ รถขับค่อนข้างเร็ว แต่ไม่มีป้ายชะลอความเร็ว รวมถึงถนนนิมิตใหม่ ถนนเลียบคลองสอง ถนนคู้บอน ถนนประชาร่วมใจ และถนนไมตรีจิต ซึ่งเป็นบริเวณที่มีตลาด รถบรรทุกขับค่อนข้างเร็ว บางช่วงเป็นทางโค้ง ดูแล้วช้ำใจ เป็นเรื่องน่าเศร้า คนคลองสามวาต้องใช้ชีวิตหวาดระแวงแบบนี้

ด้านนายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ส.ก.เขตทุ่งครุ กล่าวว่า ตนมีความสงสัยว่า บางจุดในพื้นที่ทุ่งครุ เวลารอสัญญาณไฟเขียวสำหรับคนข้ามทางม้าลายในเวลากลางคืน บางครั้งก็สั้น บางครั้งก็ยาว ชาวบ้านงงมาก บางจุด 20 วินาที แต่ในบางช่วงเวลาเหลือ 15 วินาที บางจุดมีเสียงสัญญาณ บางจุดไม่มี พร้อมยกตัวอย่างหน้าโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งที่มีเพียงทางม้าลาย แต่ไม่มีสัญญาณไฟข้ามถนน ถือว่าอันตรายมาก เพราะมีเด็กนักเรียนด้วย

นายอดิศร ฤกษ์ลักษณี ส.ก.เขตดอนเมือง กล่าวว่า บริเวณเกาะกลางถนนสรงประภามีรถจักรยานยนต์ลักลอบกลับรถเป็นประจำจนเกิดอุบัติเหตุ แม้นำแท่งยางพลาสติกมากั้นก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้ พร้อมทั้งชี้ว่าทางม้าลายใกล้สถานีรถไฟฟ้าบริเวณถนนกำแพงเพชรถูกวางไว้ในจุดทางเลี้ยว ทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้งานได้จริง

ส่วนจุดข้ามใต้สถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีดอนเมือง ยังมีแสงสว่างไม่เพียงพอและทางข้ามไม่ชัดเจน โดยเฉพาะเวลากลางคืนที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง รวมถึงบริเวณหน้าวัดดอนเมืองยังไม่มีสัญญาณไฟสำหรับคนข้ามถนน จึงขอให้กรุงเทพมหานครเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

นายอนุรักษ์ เลิศวัฒนาไพบูลย์ ส.ก.เขตวังทองหลาง ตั้งข้อสังเกตว่า งบประมาณที่ใช้ดำเนินการทำทางม้าลายนั้นมีการค้ำประกันอยู่ เหตุใดจึงไม่มีการตรวจสอบว่าบริเวณใดเสื่อมโทรม เพื่อให้ผู้รับจ้างเข้าซ่อมแซมแก้ไข หากตนจำไม่ผิด การตีเส้นทางม้าลายใช้งบประมาณหลักร้อยล้านบาท รวมค่าประกันอีก 2 ปี ดังนั้น สำนักการจราจรและขนส่งต้องลงไปตรวจสอบ

ขณะที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า จะรับข้อเสนอแนะของสมาชิกไปปรับปรุงให้ดีขึ้น

ด้านดร.จอห์น กล่าวสรุปว่า อยากฝากถึงฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะสำนักการจราจรและขนส่ง ให้ทำงานเชิงรุกมากกว่านี้
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับญัตติดังกล่าว และส่งต่อให้ฝ่ายบริหารดำเนินการต่อไป