อัพเดตอาการลูกช้างพลัดหลงป่าไทรโยค หน.อุทยานเล่าสะเทือนใจวิ่งตามเรือขอความช่วยเหลือ เฮ้งขอบคุณสั่งดูแลเต็มที่
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเรื่องลูกช้างป่าวัย 2 สัปดาห์ พลัดหลงในป่าอุทยานแห่งชาติไทรโยคแล้ว รู้สึกเป็นห่วงอาการของน้องมาก เนื่องจากยังตัวเล็กและอยู่ในภาวะวิกฤต ขอส่งกำลังใจและขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกนายและทีมสัตวแพทย์ที่เสียสละ ทุ่มเทแรงกายแรงใจฝ่าสายฝนและกระแสน้ำเชี่ยวเข้าไปช่วยเหลือดูแลอย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ ระดมทีมสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเข้าไปดูแลรักษาอาการอย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอน เพื่อให้ลูกช้างปลอดภัยและมีอาการดีขึ้นโดยเร็วที่สุด
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยหลังได้รับรายงานว่า ได้รับรายงานเรื่องนี้ ว่าทางหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยคที่ ทย. 5 (แม่น้ำน้อย) ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน หมู่บ้านแม่น้ำน้อย หมู่ 5 ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ว่าพบลูกช้างป่าจำนวน 1 ตัว บริเวณชายน้ำห้วยแม่น้ำน้อย จึงดำเนินการลงพื้นที่เข้าตรวจสอบ พื้นที่ดังกล่าวต้องเข้าไปโดยเรือชาวบ้านใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง เนื่องจากเป็นพื้นที่ยากต่อการเข้าถึง บริเวณจุดที่ได้รับแจ้ง พบลูกช้างป่าพลัดหลง จำนวน 1 ตัว มีสภาพอิดโรยและไม่พบโขลงช้างบริเวณนั้น คาดว่าถูกทิ้งไว้ประมาณ 2 วัน เจ้าหน้าที่จึงได้นอนเฝ้าเพื่อสังเกตพฤติกรรม และรอโขลงช้างมารับ ตลอดทั้งคืนลูกช้างป่าส่งเสียงร้องเรียกหาแม่ช้างเป็นช่วงๆ แต่ไม่มีเสียงฝูงตอบรับคาดว่าฝูงน่าจะไปไกลแล้ว
นายอรรถพลกล่าวว่า รายงานล่าสุดนั้น ทีมสัตวแพทย์ สบอ.3 (บ้านโป่ง) และสัตวแพทย์ สบอ.3 สาขาเพชรบุรี ได้เข้าพื้นที่เพื่อประเมินสถานการณ์ลูกช้างป่า โดยเส้นทางการเข้าไปตรวจสอบต้องนั่งเรือเข้าไปยังจุดพบลูกช้างป่าต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ประกอบกับในพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่องทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลาก ทีมสัตวแพทย์ได้ประเมินอาการลูกช้างเบื้องต้นพบว่าพบเป็นลูกช้างป่าเพศผู้ น้ำหนักประมาณ 40 กิโลกรัม อายุไม่เกิน 2 สัปดาห์ สุขภาพอยู่ในแนวโน้มน่าเป็นห่วง ทีมสัตวแพทย์ลงความเห็นว่าลูกช้างป่าอยู่ในสภาพวิกฤต
จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายมายังที่ทำการอุทยานแห่งชาติไทรโยค เพื่อให้ทีมสัตวแพทย์ของกรมอุทยานวางแผนทำการช่วยเหลือและรักษาอย่างใกล้ชิด ทีมสัตวแพทย์ของกรมอุทยานได้เข้ามาตรวจดูอาการลูกช้างดังกล่าว เบื้องต้นให้อุทยานแห่งชาติไทรโยคไทรโยคจัดหาคอกพักชั่วคราว พ้นยาฆ่าเชื้อรอบๆ คอก จัดให้มีเจ้าหน้าที่ดูแลพัดเปลี่ยนเวรดูแลตลอด และให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของทีมสัตวแพทย์ และจะตรวจหาเชื้อ ไวรัสเฮอร์ปีส์ในช้างเด็ก (EEHV)
ในวันนี้ (1 สิงหาคม 2569) ในระหว่างที่รอผลตรวจ จึงให้ลูกช้างดังกล่าวอยู่ในคอกที่จัดไว้กักกันโรคเพื่อเฝ้าระวังและติดตามอาการโดยทีมสัตวแพทย์ต่อไป
นายพี พวงมาลี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค เปิดเผยว่า วันแรกที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเจอลูกช้างอยู่ริมตลิ่งในป่าอุทยานไทรโยค ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เฝ้าดูเอาไว้ เพราะลูกช้างตัวเล็กอยู่ตัวเดียว ยังหวังว่าโขลงจะมารับ แต่ผ่านไป 2 วัน โขลงยังไม่มา
“สังเกตว่าลูกช้างน่าจะหิวมาก เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่ขับเรือผ่าน ลูกช้างจะวิ่งตาม จึงเห็นว่าไม่ได้การแน่ ควรจะนำลูกช้างออกมาอยู่ในที่ปลอดภัยไว้ก่อน ประกอบกับตอนนั้นฝนตกและน้ำขึ้นมาเรื่อยๆ อีกประมาณ 30 เซนติเมตร น่าจะถึงตัวลูกช้างแล้ว จึงให้เจ้าหน้าที่ไปรับลูกช้างออกมา โดยใช้เรือท้องแบน 2 ลำ ลูกช้างอยู่ในสภาพอิดโรยมาก คาดว่าอดนม อดน้ำมาแล้วอย่างน้อย 4 วัน ระหว่างนี้ได้ให้เกลือแร่บำรุงร่างกายและป้องกันลูกช้างช็อกเพราะขาดน้ำ” นายพีกล่าว
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยคกล่าวว่า ตอนนี้ลูกช้างมาอยู่ที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคแล้ว มีสัตวแพทย์ของกรมอุทยานจากส่วนกลางดูแลตลอดเวลา 4 คน และสัตวแพทย์ของ สบอ.3 บ้านโป่งอีก 2 คน
“ให้น้องกินนมสูตรสำหรับเด็กแรกเกิด และรักษาแผลในปาก ซึ่งมีค่อนข้างมาก และน่าเป็นห่วง ส่วนแผลถลอกตามตัว ก็ทายาตามอาการ คิดว่าตัดสินใจถูกที่นำน้องออกมาจากพื้นที่ เพราะไม่ฉะนั้นอาจจะถูกน้ำท่วม และน้องอาจจะตายได้ ตอนนี้ทุกฝ่ายดูแลน้องอย่างใกล้ชิดและดีที่สุด” นายพีกล่าว









