หน้าแรก ในประเทศ สภากทม.ฟอร์มท...

สภากทม.ฟอร์มทีมจ้อง ‘อาคารผิดประเภท’ ส.ก.เชื่อมีทุกเขต แฉ แอบดัดแปลงตึกแถวเป็นโรงแรม กันสนั่น!

1.08.26 | 16:32 น.

สภากทม.ฟอร์มทีม ‘กรรมการวิสามัญ’ ติดตามเรื่อง ‘อาคารผิดประเภท’ – เฮียล้าน ร่ายปัญหาสารพัด ตึกถล่ม-ป้ายโค่น ยันไฟไหม้ – นภาพล แฉ แอบดัดแปลงตึกแถวเป็นโรงแรม-โรงงาน กันสนั่น!

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม เวลา 16.00 น. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง การประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยสาม (ครั้งที่ 2) โดยมี นายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม

โดยในช่วงหนึ่ง มีการพิจารณาญัตติของ นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร หรือ เฮียล้าน ส.ก.เขตจอมทอง พรรคเพื่อไทย เรื่อง ขอให้สภากรุงเทพมหานครตั้งคณะกรรมการวิสามัญติดตาม กำกับ ดูแลอาคารที่ใช้งานผิดประเภท

นายสุทธิชัย กล่าวว่า กทม. มีอาคารสูงขนาดใหญ่และประชาชนใช้สอยกันเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันหลายอาคารได้มีการต่อเติม ดัดแปลง หรือเปลี่ยนแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย เมื่อเกิดภัยพิบัติ ทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

Advertisement

“ที่ผ่านมาจะเห็นเหตุการณ์ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ทำให้เกิดความเสียหาย และอาจจะมีอีกหลายแห่งที่เป็นในลักษณะนี้” นายสุทธิชัยกล่าว และว่า

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. น่าจะมีข้อสรุป เนื่องจากได้ออกนโยบายให้ทุกสำนักงานเขตตรวจสอบดูลักษณะการประกอบอาชีพใกล้เคียงแบบนี้ ว่ามีระบบความปลอดภัยอย่างไรบ้าง

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลการดำเนินคดีที่ผิด พ.ร.บ.ควบคุมอาคารอีกจำนวนมาก เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ระเบียงปูนชั้น 2 ของอาคารทรุดตัวถล่มลงมาบริเวณถนนเจริญกรุง แถววัดไตรมิตรวิทยาราม เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่มีข้อสันนิษฐานว่าเป็นอาคารเก่าโครงสร้างมีลักษณะเป็นโครงสร้างยื่น มีจุดยึดฝั่งเดียว มีการวางของหนักและต่อเติมบนระเบียงหรือไม่ ระเบียงหล่นลงมาทับรถ ชีวิตคนเสียหาย ไม่ควรเกิดขึ้น ถ้ามีการควบคุมดูแลใกล้ชิดทั่วถึง

นายสุทธิชัย ยังยกเหตุการณ์ป้ายโฆษณาหักโค่นพื้นที่เขตบางกอกน้อย บริเวณหน้าโรงพยาบาลสัตว์อรุณ, เหตุป้ายโฆษณาถึง 2 ป้ายหักโค่นในพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ, เหตุการณ์ที่ชาวบ้านซอยร่วมฤดีร้องเรียนเขตปทุมวัน ว่ามีการสร้างอาคารสูงเกิน 8 ชั้น ทั้งที่ถนนหน้าโครงการกว้างน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด แม้ศาลจะสั่งให้รื้อแล้ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการ ก่อนสรุปว่าการตั้งคณะกรรมการวิสามัญชุดนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อจับกุมหรือลงโทษ แต่เพื่อป้องกันแก้ไข ให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

จากนั้น นายนภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย สนับสนุนว่า เรื่องการใช้งานผิดประเภท บางเขตมีหลายร้อยเรื่อง ต้องไปตรวจสอบอาคารเก่า เนื่องจากอาคารพวกนี้มีการดัดแปลง โดยไม่มีการขออนุญาต เราทราบกันอยู่แล้วว่าปูนมีอายุการใช้งาน บางแห่งถูกดัดแปลงเป็นโรงแรม โดยเฉพาะอาคารที่อยู่บริเวณเขตชั้นใน

“กลางสำเพ็ง ที่รถดับเพลิงเข้าไม่ได้ มีโรงแรมเกิดขึ้นซึ่งเป็นอาคารเก่าที่ดัดแปลงเป็นโรงแรม แล้วเดินสายไฟ ใช้ไฟมหาศาล ถ้าเกิดเหตุมันจะเกิดอะไรขึ้น ตึกแถวที่ขออนุญาตทำเป็นอาคารพาณิชย์ กลับทำเป็นโรงงานเยอะ ข้อมูลที่ได้มามีการลักลอบดัดแปลง ถ้าจะบอกว่าทำไมหน่วยงานไม่เข้าไปดู เขาจะบอกว่าบุคลากรน้อย” นายนภาพลเผย

ด้าน นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ส.ก.เขตคลองสาน กล่าวสนับสนุนว่า พวกที่ทำเป็นที่พักอาศัย กั้นห้องเพียงไม่กี่ห้อง แล้วให้แขกมาพัก ตนมองว่า สิ่งที่ทำให้เดินต่อยากคือกิจการที่ไม่ใช่โรงแรม กับกิจการที่ไม่ใช่สถานบันเทิง ทำให้สำนักงานเขตห้ามได้ยาก

ส่วน นายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ส.ก.เขตทุ่งครุ ได้ยกเหตุการณ์ในเขตของตน ที่ประชาชนแจ้งมาในช่วงเลือกตั้ง กทม. ว่ามีอาคารที่ผุกร่อน มีรอยร้าว

“ตอนนี้เทรนด์ห้องแถวใน กทม. มีค่อนข้างมาก และแนวกันสาดก็อันตราย เนื่องจากคนสมัยก่อนชอบนำกระถางต้นไม้และอ่างอาบน้ำมาวางไว้ที่ระเบียง กังวลว่าจะเกิดเหตุเศร้าขึ้น” นายกิตติพงศ์เผย

ขณะที่ นายสมชาย เวสารัชตระกูล ส.ก.เขตสายไหม กล่าวว่า ทุกเขตมีอาคารผิดกฎหมายจำนวนมาก ตนขอเรียกร้องให้ตรวจสอบการสร้างอาคารที่ไม่ตรงแบบ ผิดประเภท ซึ่งตามข้อเท็จจริง พบว่าอาคารบางแห่งมีการปรับเปลี่ยนเป็นสวนน้ำ ซึ่งถือเป็นการปรับโครงสร้างที่ต้องรับน้ำ ต่างจากอาคารปกติทั่วไป

“ผู้ว่าฯ กทม. ต้องสั่งยุติทันที วันนี้ไม่ใช่แค่ตั้งคณะกรรมการฯ แต่ต้องมีการติดตามด้วย” นายสมชายระบุ

ด้าน นายวิรัช คงคาเขตร ส.ก.เขตบางกอกใหญ่ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ไม่เคยลงโทษข้าราชการได้เลย มองว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมอาคารต้องมีความรับผิดชอบ ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่าผิด ควรดึงคนนั้นเข้ามารับผิดชอบ

ท้ายที่สุด ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับญัตตินี้และตั้งคณะกรรมการวิสามัญจำนวน 15 คน ประกอบด้วยฝ่ายบริหาร จำนวน 3 คน ฝ่ายสภา กทม. จำนวน 12 คน และไม่กำหนดกรอบเวลาในการพิจารณา