เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี จากสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานีที่ยังคงสภาวะแห้งแล้งอย่างยาวนาน ส่งผลให้พื้นที่การเกษตรของชาวบ้านยังคงได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 8 เดือน โดยเฉพาะการปลูกข้าวที่เป็นอาชีพหลักหรือเป็นรายได้เลี้ยงปากท้องของเกษตรกรที่ต้องมีการหยุดชะงักลงเนื่องจากไม่มีน้ำเพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงต้นข้าวไปถึงการเก็บเกี่ยวได้ นับตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พื้นที่การเกษตรทั้ง 8 อำเภอต่างเริ่มปรับเปลี่ยนวงการประกอบอาชีพเพื่อให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัว โดยการหันมาปลูกพืชน้ำน้อย พืชไร่และผักสวนครัวเป็นหลัก แต่หากพื้นที่ใดมีน้ำเพียงพอที่จะสามารถทำการปลูกข้าวต่อไปได้ก็ยังคงเดินหน้าปลูกข้าวกันต่อไป แต่มีการลดปริมาณการผลิตลง 50-70% เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีและเสียหายน้อยที่สุด เพราะน้ำที่ใช้ในการปลูกข้าวเป็นน้ำจากแหล่งกักเก็บน้ำของตนเองที่มีอยู่เท่านั้น ทำให้ปัจจุบันทุกพื้นที่ไม่มีแม้น้ำในสระที่กักตุน เนื่องจากนำน้ำมาใช้ในการทำนาเมื่อช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนกันจนหมด จึงต้องหาช่องทางในการหาแหล่งน้ำเพื่อใช้ในการผลิตพืชผลทางเกษตร เพราะแม้แต่พืชที่ทนแล้งใช้น้ำน้อยก็ยังต้องมีการใช้น้ำหล่อเลี้ยงผลผลิตจนถึงการเก็บเกี่ยวอยู่ดี เกษตรกรหลายพื้นที่จึงใช้หลักการหาแหล่งน้ำจากใต้พื้นดินซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่มีการทำกันมาอย่างยาวนาน คือการขุดหาแหล่งน้ำใต้ดิน (ตาน้ำ) หรือเรียกว่าการขุดเจาะบ่อบาดาล ที่จะทำให้มีน้ำมาใช้ในการเกษตรได้เป็นอย่างดีในช่วงที่แห้งแล้งเช่นนี้ ส่งผลให้อาชีพเจาะบ่อกลายเป็นอาชีพสร้างรายได้เป็นอย่างดีเฉียดหลัก 100,000 บาทต่อเดือนกันเลยทีเดียว เนื่องจากเกษตรกรยอมลงทุนควักกระเป๋าในการลงทุนเจาะเพื่อหาแหล่งน้ำใช้ในการเกษตร
โดยชาวบ้านหมู่ 8 ต.หนองนางนวล อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ยอมควักกระเป๋าลงทุนเสี่ยงดวงเจาะบ่อบาดาลหาน้ำเลี้ยงพืชผลทางการเกษตรของตนเอง เพื่อให้การทำนาและผลผลิตอื่นๆ ที่ได้ลงทุนและแรงในครั้งนี้สำเร็จไปได้ด้วยดี โดยกล่าวว่าได้ทำการลงทุนจ้างช่างเจาะบ่อมาทำการหาตาน้ำเพื่อขุดบ่อบาดาลในพื้นที่นาของตน โดยช่างเจาะบ่อจะคิดค่าใช้จ่ายในการขุดเจาะแบบเหมาวันละ 3,000 บาท โดยจะเจาะกี่บ่อก็ได้ในวงเงิน 3,000 บาทต่อวัน ซึ่งครั้งนี้ตั้งแต่ช่วงเช้าขุดเจอน้ำแล้วถึง 2 บ่อด้วยกัน ถือว่าโชคดีมาก ทำให้โล่งใจและดีใจเป็นอย่างมากที่จะมีน้ำใส่เลี้ยงข้าวและถั่วที่ปลูกในรอบนี้ รวมทั้งยังไม่ต้องเสียค่าเจาะบ่อเพิ่มอีก เพราะถ้าวันนี้ทั้งวันขุดหาตาน้ำไม่เจอก็ต้องควักกระเป๋าจ่ายให้ช่างอีก 3,000 บาท เพื่อให้หาตาน้ำจนกว่าจะเจอต่อไป อีกทั้งยังต้องรอคิวอีกนานแน่หากปล่อยช่างให้ไปทำที่อื่นก่อนเนื่องจากมีคนว่าจ้างให้เจาะบ่อบาดาลให้ทุกวัน เพราะทุกวันนี้ชาวนาทุกคนไม่มีใครหวังแหล่งน้ำจากที่ใดนอกจากการขุดบ่อบาดาล หากเป็นไปได้อยากให้หมดช่วงวิกฤตเช่นนี้สักที อยากให้ราคาข้าวสูงขึ้นถึงจะไม่เท่าเดิม แต่ก็อยากให้ราคาสูงกว่านี้สักหน่อย เพื่อให้ชาวนาลืมตาอ้าปากได้ เพราะพืชน้ำน้อยที่ปลูกๆ กันก็ไม่รู้ว่าจะได้ผลผลิตดีแค่ไหน เพราะมันไม่ใช่ช่องทางอาชีพของเรา

“เราคุ้นเคยกับการทำนาปลูกข้าวกันมากกว่า จึงไม่มั่นใจว่าพืชน้ำน้อยที่ทดลองปลูกๆ กันนั้นมันจะได้ผลดีอย่างที่หวังกันไว้หรือไม่ อีกทั้งหากมีน้ำทำนาเพียงพอไปจนตลอดรอดฝั่งได้ก็เหมือนยกภูเขาออกจากอก ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินใคร อีกทั้งภาครัฐก็ไม่จำเป็นต้องหาลู่ทางให้เรากู้ยืมเงินสร้างหนี้สิน แต่อยากให้เปิดช่องทางและขยายโอกาสให้ชาวนาหารายได้เลี้ยงปากเลี้ยงท้องยืนได้ด้วยตัวเองจะดีที่สุด เพราะเมื่อให้เรากู้ยืมมาลงทุน พอถึงเวลาก็ต้องหาเงินไปคืน หาดอกไปจ่าย ก็ไม่ต่างอะไรกับการทำงานหาเงินให้รัฐ ไม่ใช่ว่าการให้กู้ยืมเป็นเรื่องไม่ดี แต่ชาวนาทุกพื้นที่ก็ใช่ว่าจะมีรายได้มากมาย หรือเอาเงินที่กู้ยืมมาไปลงทุนทำแล้วมันเจ๊งหาไม่ได้ไม่ดีเท่าที่ควร พอถึงเวลาคืนเงินก็ต้องดิ้นรนหาจ่ายกลายเป็นการสร้างหนี้สินเพิ่มเข้าไปอีก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะให้รัฐแจกเงินให้เราฟรีๆ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นก็คงไม่มีเงินไปบริหารประเทศและพัฒนาให้มันดีขึ้นได้ เพียงขอแค่ช่วยให้ฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจให้มันกลับมาดีขึ้นเหมือนเดิมจะดีที่สุด เพราะปัจจัยหลักของชีวิตก็คือเงิน ก็คืออาชีพ เมื่อคนเราไม่มีอาชีพก็ไม่มีเงิน เศรษฐกิจแย่โรงงานปิดลูกจ้างโดนไล่ออกหรือลดพนักงานลดค่าจ้าง คนตกงานก็ไม่มีเงิน คนมีเงินก็ลดค่าใช้จ่ายกันแบบรัดเข็มขัด ถ้าเป็นเช่นนี้ก็คงไม่พ้นแค่การหาตัวรอดกันเอาเอง มีกินมีใช้ไปวันๆ กันก็เท่านั้น” เจ้าของนากล่าว
ด้านช่างที่รับจ้างเจาะบ่อบาดาลเล่าว่า เริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนปี 2558 ที่ผ่านมาก็เดินสายขุดบ่อบาดาลทุกวันทั้งในจังหวัดอุทัยธานีและจังหวัดชัยนาท รับจ้างเจาะบ่อบาดาลแบบเหมาจ่ายรายวันในราคาวันละ 3,000 บาท โดยไม่จำกัดจำนวนบ่อ ซึ่งหากพื้นที่ไหนมีตาน้ำดีก็จะได้บ่อน้ำหลายบ่อภายในวันเดียว หากพื้นที่ใดหาตาน้ำยากก็อาจใช้เวลา 1-3 วันเลยทีเดียว ซึ่งตนนั้นคิดค่าจ้างแบบเหมารวม ถือเป็นการช่วยชาวนาด้วยกัน เพราะตนนั้นก็เป็นชาวนาเหมือนกัน แต่หยุดทำนามานานตั้งแต่ที่รัฐบาลได้มีการประกาศและมีรายได้มาจุนเจือครอบครัวด้วยการเจาะบ่อแทนการทำนาในช่วงนี้ เข้าใจความรู้สึกคนทำนาที่ไม่ต่างกับนักลงทุน ถ้าทำแล้วข้าวดีผลผลิตก็รุ่งมีกำไร ถ้าช่วงไหนทำแล้วข้าวตายหรือขายไม่ได้ก็เจ๊งกันแทบหมดกระเป๋า เป็นหนี้ร้านขายข้าวปลูก ขายปุ๋ย ยา กันต่อไป


