ร้องสายไหมต้องรอด ต่างชาติเมาทำร้าย วิ่งอาละวาดร้านค้า ทำลายทรัพย์สิน ซ้ำขู่ฆ่าชาวบ้าน
วันที่ 2 สิงหาคม ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร นายต้น (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี พร้อมด้วย น.ส.วาย (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี ได้เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมและขอความช่วยเหลือ หลังถูกชายชาวต่างชาติที่ไม่เคยรู้จักหรือมีเรื่องขัดแย้งกันมาก่อน ก่อเหตุทำร้ายร่างกายและข่มขู่บริเวณสะพานสกายวอล์ก สี่แยกบางนา ถนนสรรพาวุธ แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลาประมาณ 08.30 น. ของวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา จนทำให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหายและหวาดกลัวเรื่องความปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวัน
นายต้น ผู้เสียหาย กล่าวว่า ปกติตนเองต้องใช้เส้นทางเดินเท้าบนสะพานสกายวอล์กแห่งนี้ เพื่อไปทำงานเป็นประจำทุกเช้าตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา และไม่เคยพบเห็นชาวต่างชาติรายนี้มาก่อน โดยในวันเกิดเหตุขณะที่กำลังเดินเล่นโทรศัพท์มือถือไปตามปกติ ได้ยินเสียงชายชาวต่างชาติส่งเสียงตะโกนโวยวายดังมาจากด้านหลัง แต่ตนไม่ได้สนใจและยังคงเดินต่อ
นายต้น ผู้เสียหาย กล่าวว่า ทันใดนั้นชายต่างชาติคนดังกล่าวได้เข้ามาใช้เท้าเตะเข้าที่แขนขวาของตนอย่างแรง จนส่งผลให้โทรศัพท์มือถือหลุดมือตกไปอยู่บริเวณเท้าของผู้ก่อเหตุ จากนั้นชายต่างชาติได้ก้มลงหยิบโทรศัพท์ของตนขึ้นมา ถอดเคสทิ้ง แล้วขว้างโทรศัพท์ลงพื้นดินอย่างแรง ก่อนจะเดินไปอาละวาดใส่ประชาชนคนอื่นในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งลักษณะท่าทางคล้ายคนไม่สมประกอบหรือมีอาการคล้ายคนเมาสารบางอย่าง แต่ไม่ใช่ลักษณะของคนที่เมาสุรา

นายต้นกล่าวว่า ด้วยความตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหัน นายต้นจึงรีบลงไปเก็บโทรศัพท์มือถือซึ่งพบว่าหน้าจอแตกร้าวได้รับความเสียหาย แต่ยังพอเปิดใช้งานได้ จากนั้นได้วิ่งออกมาที่บริเวณถนนเพื่อขอความช่วยเหลือ และบังเอิญพบกับ น.ส.วาย ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทในบริเวณนั้นพอดี
ด้าน น.ส.วายเล่าเสริมว่า เมื่อทราบเรื่องจึงได้เข้าไปสอบถามชายชาวต่างชาติคนดังกล่าวถึงสาเหตุที่ทำร้ายเพื่อนของตน แต่กลับได้รับคำตอบว่าตนเองมาวิ่งออกกำลังกาย และหากตั้งใจจะทำร้ายจริงๆ คงใช้มีดปาดคอไปแล้ว นอกจากนี้ยังพูดข่มขู่เป็นภาษาอังกฤษด้วยถ้อยคำรุนแรงว่า “I will kill you”
นายต้นกล่าวว่า เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่ปลอดภัย น.ส.วาย จึงยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อบันทึกคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน แต่กลับทำให้ชายชาวต่างชาติเกิดความไม่พอใจ วิ่งเข้ามากระแทก น.ส.วาย จนล้มลงกับพื้น ก่อนที่ทั้งสองจะรีบวิ่งหนีออกมาโดยมีชาวต่างชาติวิ่งไล่ตามมาอย่างกระชั้นชิด พวกตนจึงตัดสินใจวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากกลุ่มพี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างในบริเวณใกล้เคียง เมื่อผู้ก่อเหตุเห็นว่าเริ่มมีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก จึงเลิกไล่ตามแล้วเดินข้ามถนนไปก่อเหตุอาละวาดใส่ร้านค้าในพื้นที่ใกล้เคียงแทน

ทั้งนี้ ผู้เสียหายทั้งสองรายยืนยันตรงกันว่าไม่เคยมีเรื่องบาดหมางหรือรู้จักกับชาวต่างชาติคนนี้มาก่อน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้รู้สึกหวาดระแวงและไม่ปลอดภัยในชีวิตอย่างมาก เพราะนายต้นจำเป็นต้องใช้สะพานสกายวอล์กแห่งนี้เดินไปทำงานทุกวัน ซึ่งกังวลว่าในอนาคตอาจจะเกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงมากกว่านี้ เบื้องต้นจึงต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการนั่งรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปทำงานแทนการเดินเท้า อย่างไรก็ตาม
สำหรับชาวต่างชาติผู้ก่อเหตุรายนี้ ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ MR. Erling สัญชาตินอร์เวย์ ซึ่งทางผู้เสียหายได้นำหลักฐานเข้าร้องเรียนเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า เหตุการณ์ต่างชาติทำร้ายคนไทยเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นบนสะพานสกายวอล์กซึ่งพนักงานออฟฟิศทุกคนต้องใช้เส้นทางนี้ในการเดินสัญจรไปมา สร้างความเดือดร้อนให้กับคนไทย ซึ่งชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมแบบนี้ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด หากวันนึงมีอาวุธมีดฆ่าคนตายขึ้นมาก็จะเกิดการสูญเสียเกิดขึ้น โดยได้ประสานไปยัง ผกก.สน.บางนา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะให้ชุดสืบสวนไปตามตัวหนุ่มต่างชาติรายดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
โดยเข้าใจดีว่าลำดับขั้นตอนต้องรอผลทางการแพทย์ตามขั้นตอนกฎหมาย แต่ในกรณีดังกล่าวผู้ก่อเหตุเป็นชาวต่างชาติ เราไม่รู้เลยว่าเขาจะหลบหนีออกจากประเทศเราเมื่อไหร่ หากมัวแต่รอเขาก็อาจกลับประเทศไปสุดท้ายคนไทยก็ถูกทำร้ายฟรี




