จับยายวัย 73 เปิดร้านชำขายบุหรี่หนีภาษี ยึดของกลาง 1.5 ล้านมวน สรรพสามิตชี้ ส่อโดนปรับสูงสุด 60 ล้าน

3.08.26 | 15:28 น.

ปอศ.-สรรพสามิต ทลายโกดังบุหรี่เถื่อนรายใหญ่โคราช ยึด 1.5 ล้านมวน มูลค่า 6.75 ล้าน สูญภาษีกว่า 4 ล้าน รวบหญิงวัย 73 ปี เปิดร้านชำบังหน้า รับสารภาพขายทั้งปลีก-ส่ง อ้างรับของจากเอเยนต์ ขนผ่านชายแดน

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.อ.นิรันดร เหลือมศรี รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการ ศปบย.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.วงศ์ปกรณ์ เบรมกุลนันท์ รอง ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.นฤพนธ์ กรุณา ผกก.2 บก.ปอศ. พ.ต.ท.วรรณลพ รัตนวงษ์ สว.กก.2 บก.ปอศ. ร่วมด้วยว่าที่ร้อยตรียงยุทธ ภูมิประเทศ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ภาษี กรมสรรพสามิต ร่วมแถลงผลจับกุมบุหรี่หนีภาษี จำนวน 150 ลัง หรือ 1,500,000 มวน (75,000 ซอง) มูลค่าประมาณ 6.75 ล้านบาท โดยทำการจับกุมได้ที่ร้านของชำในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการระดมกวาดล้างการกระทำผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่หนีภาษี ระหว่างวันที่ 1-15 กรกฎาคม 2569 ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อยกระดับการปราบปรามการลักลอบนำเข้าผลิตภัณฑ์ยาสูบผิดกฎหมาย ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจแก่ประเทศเป็นจำนวนมาก กระทั่งสามารถจับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายบุหรี่หนีภาษีรายใหญ่ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ได้ดังกล่าว

ส่วน พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิกล่าวว่า ชุดสืบสวนได้รับข้อมูลว่าพื้นที่ จ.นครราชสีมา มีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่หนีภาษีเป็นวงกว้าง จึงลงพื้นที่สืบสวนจนทราบว่าหญิงรายหนึ่งใช้บ้านพักไม่มีเลขที่ บนถนนสืบศิริ ซอย 3/11/8 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเปิดเป็นร้านขายของชำเพื่ออำพรางการลักลอบจำหน่ายบุหรี่เถื่อนทั้งปลีกและส่ง เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าติดตามพฤติกรรมและรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนขอหมายค้นจากศาลจังหวัดนครราชสีมา เพื่อเข้าตรวจสอบ

ด้าน พ.ต.อ.นฤพนธ์กล่าวว่า เมื่อเข้าตรวจค้นพบนางพิมพ์พร หรือติ๋วอายุ 73 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน จากการตรวจค้นพบบุหรี่ต่างประเทศยี่ห้อต่างๆ ที่ไม่มีแสตมป์ภาษีซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน จำนวน 150 ลัง หรือ 1,500,000 มวน (75,000 ซอง) มูลค่ารวม 6.75 ล้านบาท ส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีกว่า 4 ล้านบาท

Advertisement

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าบุหรี่ทั้งหมดเป็นของตน มีไว้เพื่อจำหน่ายทั้งปลีกและส่งให้ลูกค้าประจำ สั่งซื้อมาจากชายไทยไม่ทราบชื่อ ซึ่งลักลอบนำเข้าผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณจุดผ่านแดนช่องจอม จ.สุรินทร์ ก่อนใช้รถกระบะนำมาส่งถึงบ้าน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ และจะเร่งสืบสวนขยายผลไปถึงผู้นำเข้าและผู้ร่วมขบวนการต่อไป

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐานเกี่ยวกับการช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ซื้อ รับไว้ หรือครอบครองสินค้าที่ลักลอบนำเข้ามาโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรและไม่มีการเสียภาษี ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ว่าที่ร้อยตรียงยุทธกล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นคดีลักลอบค้าบุหรี่หนีภาษีรายใหญ่ที่สุดคดีหนึ่งของปี โดยของกลางที่ตรวจยึดได้สร้างความเสียหายต่อรายได้ของรัฐกว่า 4 ล้านบาท และผู้กระทำผิดอาจถูกปรับสูงสุดถึง 60 ล้านบาท พร้อมเตือนว่าบุหรี่ที่ลักลอบนำเข้าไม่ได้ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานและคุณภาพอาจมีการปนเปื้อนของเชื้อราและสารอันตราย ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคอย่างร้ายแรงอีกด้วย