ผบ.ตร. สั่งเช็กมือถือ ตร. ถูกพาดพิงคดียา หากพบมูลฟันไม่เลี้ยง
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจ และโฆษก ตร. เปิดเผยว่า กรณีที่ อดีตภรรยา หนึ่งในเหยื่อของ นายป๋อง ผู้ต้องหาคดีฆ่าสองพี่น้องชาวรัสเซีย เผยในรายการโหนกระแส ว่า นายป๋องเคยพาไปรับยาเสพติดจากลูกพี่ ซึ่งเป็นตำรวจอยู่ใน สภ.ห้วยใหญ่ บอกเดี๋ยวขายหมด จะซื้อทองให้เมียใส่ แต่ตำรวจชลบุรี ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องนั้น
กรณีดังกล่าว พล.ต.อ.กิตติรัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ตนเร่งรัดติดตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏทางสื่อว่ามีมูลหรือไม่ หากพบว่ามีมูลให้เร่งใช้มาตราการทางกฏหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งวินัย และอาญา และให้ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี รายงานผลให้ทราบโดยเร็ว
ทั้งนี้ ตนได้สั่งผู้บังบัญชาของตำรวจนายที่ถูกกล่าวหา ให้นำโทรศัพท์มือถือของตำรวจที่ถูกกล่าวหามาตรวจสอบโดยด่วน เพื่อหาพยานหลักฐาน หากปรากฏพยานหลักฐานปรากฏชัด ให้ดำเนินคดีตามกรอบกฏหมาย และหากพบนายตำรวจรายอื่นมีส่วนเกี่ยวข้อง ก็ให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดเช่นกัน ตนขอยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะไม่ปกป้องตำรวจแบบนี้อย่างเด็ดขาด ซึ่งหากผลปรากฏตามพยานหลักฐานคืบหน้าเป็นอย่างไรจะรายงานให้ ผบ.ตร.และพี่น้องประชาชนทราบต่อไป
ขณะเดียวกัน ขณะนี้ทาง ผบ.ตร ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 2 ขยายผลทุกประเด็นที่ถูกกล่าวอ้างในรายการโทรทัศน์ รวมถึงเรียกผู้เสียหายที่ออกมาให้ข้อมูลเข้าสอบปากคำอย่างละเอียด เนื่องจากเมื่อมีผู้กล่าวอ้างว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ตำรวจมีหน้าที่ต้องสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานตามกระบวนการกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังยืนยันว่า ความผิดที่ถูกกล่าวอ้างเกี่ยวกับการค้ายาเสพติดยังอยู่ในอายุความ พนักงานสอบสวนสามารถดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานได้ หากพบข้อเท็จจริงเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด ก็จะดำเนินคดีตามพยานหลักฐานโดยไม่มีข้อยกเว้น
พร้อมกันนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพ้นโทษและการรับตัวผู้ต้องขังจากกรมราชทัณฑ์ ว่ามีช่องโหว่หรือจุดใดที่ต้องปรับปรุง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะเดียวกันอีกในอนาคต โดยย้ำว่า หากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดทั้งทางวินัยและอาญา ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ



