เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด บช.ภ.1 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 1 และทหารจากกองทัพภาคที่ 1 ร่วมกันแถลงผลแผนยุทธการ “ปฏิบัติการ Task Force และยุทธการ 1386 ทั่วไทย ประชาชนปลอดภัยจากยาเสพติด” ในรอบเดือนมิถุนายน สามารถจับกุมผู้ต้องหา 464 คน แบ่งเป็นคดีผลิตยาเสพติด จำนวน 6 คน จำหน่าย 40 คน ครอบครอง 190 คน ครอบครองเพื่อจำหน่าย 154 คน เสพ 31 คน สมคบฯ 24 คน สมัครใจบำบัด 64 คน และจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 4 หมาย พร้อม ยาบ้า 1,250,908.5 เม็ด ยาไอซ์น้ำหนักรวม 282.26 กรัม กัญชา 13.20 กิโลกรัม พืชกระท่อม 2 ต้น น้ำหนัก 12 กิโลกรัม โคเคน 1.08 กรัม เคตามีน 1 กรัม อาวุธปืน 35 กระบอก กระสุนปืนรวม 139 นัด นอกจากนี้ ยังตรวจยึดทรัพย์เป็นเงินสดและในบัญชีธนาคารรวม 9,210,011 บาท บ้านพร้อมที่ดิน 6 หลัง ที่ดิน 3 แปลง มูลค่า 22,131,000 บาท รถยนต์ 17 คัน มูลค่า 13,370,000 บาท รถจักรยานยนต์ 10 คัน มูลค่า 565,000 บาท ทองรูปพรรณน้ำหนัก 60 บาท มูลค่า 1,182,500 บาท ทรัพย์สินอื่นๆมูลค่า 1,695,700 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด 48,154,211 บาท
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการ Task Force และยุทธการ 1386 ทั่วไทย ประชาชนปลอดภัยจากยาเสพติด เป็นการทำงานเชิงรุกและให้ความสำคัญกับการปราบปรามยาเสพติดในระดับเครือข่ายรายสำคัญ เพื่อที่จะทำลายให้ถึงโครงสร้าง โดยสนธิกำลังระหว่างฝ่ายทหาร สำนักงาน ป.ป.ส. บช.ปส. ตำรวจในพื้นที่และฝ่ายปกครอง ซึ่งเราปฏิบัติการพร้อมกัน 9 จังหวัดในพื้นที่ บช.ภ.1 ซึ่งผลที่ได้เป็นที่น่าพอใจ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้หลายร้อยคน ยาบ้ากว่าล้านเม็ด อาวุธปืนต่างๆอีก 35 กระบอก และมีการตรวจยึดทรัพย์สินอีกเกือบ 50 ล้านบาท ถือว่าเป็นผลการปฏิบัติงานช่วงเวลาสั้นๆที่มีประสิทธิภาพ ส่วนคดีที่สำคัญที่จับกุมได้จากปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นคดีที่เจ้าหน้าที่จับกุมบังรอน (นายทศพล หรือบังรอน จรกา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ข้อหาสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด) จนนำไปสู่การตรวจยึดทรัพย์เป็นบ้านและที่ดินได้ รวมมูลค่ากว่า 22 ล้านบาท ซึ่งคดีนี้เป็นการขยายผลจากคดียิงนายทหารเรือเสียชีวิต เหตุเกิดพื้นที่จ.สมุทรปราการ เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการขยายการทำงานอย่างต่อเนื่องในทุกวันที่ 10 ,20,30 ของเดือน เพื่อปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดต่อไป

