ส.ก.เก็ทแล้ว เหตุผลที่ต้องทน ‘ก่อสร้างล่าช้า’ ชงผู้ว่าฯ ทำแมป ‘รวมโครงการก่อสร้าง-ผัง 3D ใต้ดิน’ ให้ปชช.ร่วมติดตาม
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ตลอดจนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมสมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 3) ประจำปีพุทธศักราช 2569 เพื่อพิจารณา ‘ร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 (วาระที่ 1)’ โดยมี น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลัง นายชัชชาติ นำเสนอร่างงบประมาณฯ ปี 70 ต่อที่ประชุม วงเงินรวม 93,918.92 ล้านบาท พร้อมแจกแจงรายละเอียดทั้งงบประมาณ ภารผูกพัน และวงเงินที่จัดสรรไปยังส่วนต่างๆ ตามนโยบาย 9 ด้าน 9 ดี แล้วนั้น ทางประธานสภากทม. ได้เปิดให้สมาชิก ส.ก. ร่วมอภิปรายความคุ้มค่าของการจัดสรรงบประมาณดังกล่าว

ในตอนหนึ่ง นายณพวิทย์ วงศ์อารีย์ ส.ก.เขตหลักสี่ พรรคประชาชน กล่าวถึงปัญหากทม. 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1. การบริหารจัดการเมืองแบบไร้ทิศทาง 2.บริหารจัดการเมืองแบบไร้ความต่อเนื่อง
โดยชี้ว่า ทุกวันนี้มีโครงการก่อสร้างใน กทม.มากมาย แต่ปัญหาที่คน กทม.ต้องทนทุกข์กับงานก่อสร้างที่ล่าช้า ถนนที่ขุดแล้วขุดอีกงบประมาณบานปลาย เจออุปสรรคที่ไม่คาดคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่านั้น คำตอบง่ายนิดเดียว เพราะเมืองหลวงแห่งนี้เรายังไม่มี ‘ระบบการติดตามโครงการก่อสร้าง’ ทั้งเอกชนและหน่วยงานของกทม. ปัจจุบันเราไม่มีแผนที่ ข้อมูล ที่บอกรายละเอียดการก่อสร้างทั้งหมดในกรุงเทพฯ
“ประชาชนไม่มีทางรู้ได้เลยว่า หน้าบ้านของตัวเองวันนี้หรือพรุ่งนี้จะมีโครงการก่อสร้างไหม สร้างเสร็จเมื่อไหร่ เราจะหวังพึ่งกับแผ่นสีเขียวๆ ใบใหญ่ที่เอามาติด เวลามีปัญหาเขาก็เอาออกไป แบบนี้มันใช่หรอ” นายณพวิทย์ชี้

จากนั้น นายณพวิทย์ กล่าวถึงมาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้างที่ต่ำเสียเหลือเกิน ที่ผ่านมา กทม.ไม่มีการบังคับให้ติดเซ็นเซอร์ ฝุ่น เสียง หรือ CCTV มีแต่ในโครงการใหญ่ๆ ซึ่งไม่ต่างจากเสือกระดาษที่ขึ้นหิ้ง ไม่มีใครนำมาเปิดดู
“เราไม่ได้มีตาทั่วกรุงเทพฯ มีแต่ประชาชนโทรเข้ามา ว่าท่าน ส.ก.วันนี้มีการก่อสร้างข้างๆ บ้าน มีการตอกเสาเข็ม บ้านผมร้าวฝุ่นก็เยอะ กว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าไป ก็หาจุดที่จับไม่ได้แล้ว ดังนั้นเราต้องการมีข้อมูล ถ้าเรามีระบบตรวจสอบแบบ real time เชื่อมกับดาต้าของ กทม.จะทำให้รู้ปัญหาที่ต้นตอของน้ำ-ปลายน้ำ ว่าต้นเหตุของมันคืออะไรจึงจะสามารถแก้ไขได้อย่างถูกต้อง
รวมถึงสำนักงานเขต ก็จะสามารถปรับเจ้าของโครงการได้จริงเพราะเรามีหลักฐานที่เชื่อมต่อกับกทม.” นายณพวิทย์กล่าว
จากนั้น เปิดเผยภาพจำลอง รวมโครงการก่อสร้าง Construction Map ที่อยากให้กรุงเทพฯ มี พร้อม ชี้ให้เห็งถึงปัญหาจากการที่ กทม.ไม่มี ‘แผนที่สาธารณูปโภคใต้ดิน’ หรือ 3D Underground Utility map

“กทม.มีทั้งท่อสายไฟ ท่อสายสื่อสาร ท่อน้ำท่อประปา มีหลายทรัพย์สินมาก และหลายหน่วยงาน แต่ กทม.ไม่เคยรู้เลยว่ามีอะไรบ้างอยู่ใต้ดิน ขนาดหน่วยงานรัฐเจ้าของทรัพย์สิน บางทียังงงเลยว่าท่อนี้ของใคร เจออุปสรรคได้แค่หน้างานเท่านั้น ขุดเท่านั้นถึงจะรู้ว่ามีอะไร”
“เพื่อนสมาชิกทราบดีว่า โครงการที่ล่าช้าเกิดจากการ ‘ติดระบบสาธารณูปโภค’ ผลลัพธ์คือการก่อสร้างแบบเดิมๆ ฉันมีการขุดถนนบางท่อระบายน้ำ สร้างสะพานข้ามแยก สะพานลอย พอขุดไป เจอท่อประปาแตก เจอสายสื่อสาร เจอสิ่งกีดขวางที่ไม่คาดคิด” นายณพวิทย์เผย
นายณพวิทย์กล่าวด้วยว่า มีการโยนความรับผิดชอบกันไป-มาระหว่างหน่วยงาน หาผู้รับผิดชอบไม่เจอ
“นี่มันปี 2570 แล้วเราจะปล่อยให้เมืองหลวงของประเทศนี้ พัฒนาแบบสุ่มดวง ไร้ทิศทางแบบนี้อีกนานแค่ไหน เราได้ยินผู้บริหาร กทม.โฆษณามาโดยตลอดว่าเรามี Digital Twin (จำลองเมืองกรุงเทพฯ 3 มิติ) ด้วย

“เราจะจำลองเมืองแบบ 3 มิติ แต่พอกางเล่มงบฯ 70 กลับไม่พบการจัดสรรเพื่อทำระบบ ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้”
“งบ 70 เรามีการจ้างที่ปรึกษา ทำเรื่องการสำรวจข้อมูลต่างๆ มากมาย เราหมดไปเยอะกับสิ่งเหล่านี้ แต่ผมถามว่าเรามีกองสำรวจที่ดินและแผนที่ อยู่ในสำนักการโยธาฯ ท่านประธาน เราต้องใช้งานเขาบ้าง ทุกวันนี้กองนี้ทำอะไรกันอยู่ อยู่กันมาตั้งนาน ทำอะไรกัน
ให้เขาไปสำรวจเลยว่า ทรัพย์สินเขตทางของ กทม.ทั้งหมด ถนนนี้ใครเป็นเจ้าของ เส้นนี้เขต เอกชน รับผิดชอบหรือสำนักงานโยธา” นายณพวิทย์กล่าว




