เฮียล้านจัดเทียร์ลิสต์ แซว เขตบางรักเก็บภาษีเยอะ ได้งบฯน้อย – ชงเพิ่ม ‘งบกลาง’ สร้างขวัญกำลังใจลูกจ้างกทม. ชี้บางราย 20 ปียังไม่ได้บรรจุประจำ
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมสมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 3) ประจำปีพุทธศักราช 2569 เพื่อพิจารณา ‘สภากรุงเทพมหานครพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 (วาระที่ 1) ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ โดยมี นายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตบึงกุ่ม รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม
สำหรับ งบประมาณประจำปี 2570 จำนวนรวมไม่เกิน 93,918.92 ล้านบาท ซึ่งนายชัชชาติ ได้เสนอในที่ประชุมเมื่อวานนี้ (3ส.ค.) ฝ่ายบริหารมีการกันงบฯ ไว้กว่า 6,000 ล้าน เพื่อชำระค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 1-2 และดอกเบี้ยเงินกู้ 6,044 ล้านบาท รถไฟฟ้า โครงการรถไฟฟ้า สายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 2 (ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ) เพื่อจ่ายกระทรวงการคลัง ส่งผลให้ กทม.มี งบคงเหลือในการใช้จ่าย ‘บริหารจัดการเมือง และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน’ 86,956 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเวลา 10.30 น. นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว กล่าวถึงภาพรวมงบประมาณกรุงเทพมหานครปีนี้ โดยเน้นย้ำว่ารายรับ-รายจ่ายต้องสมดุลกัน
“ปีนี้สำนักการระบายน้ำเป็นที่หนึ่ง ขอประมาณราว 95,000 ล้านบาท ส่วน สำนักการโยธา เป็นรอง ปีที่เป็นอันดับ 1 แต่ปีนี้เนื่องจากไม่มีใครมาประมูลงาน สงสัยลดงบประมาณลง 8.7 พันล้านเศษ, สำนักการจราจรและขนส่ง 8.3 พันล้าน, สำนักการแพทย์ ก็ 5,500 กว่า สำนักสิ่งแวดล้อม 5,500 เศษ เรียงตามลำดับมา

สำนักงานเขต ทําได้งบมาที่สุด เป็นอันดับ 1 ครองแชมป์มาทุกปี ‘สำนักงานเขตลาดกระบัง’ ที่ได้เยอะที่สุด (793 ล้านบาท) เพราะเป็นเขตที่กำลังพัฒนาและเป็นเขตฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะ “ดร.จอห์น” สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง ท่านก็ไฟต์เพื่อดูแลความทุกข์สุขให้น้องประชาชน ผู้บริหารเห็นตรงกัน ก็เลยได้งบประมาณเยอะที่สุด” นายสุทธิชัยระบุ ก่อนกล่าวต่อว่า

ส่วนเขตที่รองลงมาคือ หนองจอก กว่า 779 ล้าน, เขตบางขุนเทียนรองลงมา 751 ล้าน, หนองแขม 686 ล้าน, ดอนเมือง 644 ล้าน คือลำดับมากที่สุด
“ส่วนน้อยที่สุด คือ เขตสัมพันธวงศ์ 219 ล้าน, เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย 247 ล้านบาท, สำนักงานเขตบางรัก เก็บภาษีได้เยอะแต่งบได้น้อย 256 ล้าน, เขตบางกอกใหญ่ 286 ล้าน, เขตวังทองหลาง 294 ล้าน นี่คือภาพรวม”

นายสุทธิชัยกล่าวต่อว่า ‘งบกลาง’ มีความสำคัญในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เช่น เรื่องภัยพิบัติหรือภัยที่คาดไม่ถึงซึ่งจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งปีนี้ขอมา 1.7 หมื่นล้านบาท จะเห็นว่ามีทั้งเงินช่วยเหลือข้าราชการ, เงินบำเหน็จลูกจ้าง, ค่าติดตั้งไฟสาธารณะ เงินสำรองสำหรับค่างานส่วนที่เพิ่มเติมตามสัญญา (แบบปรับราคาได้), เงินสำรองเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายบุคลากรของกทม., ภารกิจ นโยบายที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล เป็นต้น
“แต่ที่ผมดู ‘งบกลาง’ ของผู้บริหารกทม.นั้น เรายังไม่ได้ลงงบที่จะใส่ไปสำหรับลูกจ้างกทม. ในระดับปฏิบัติงาน ดูแลความทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ไม่ว่ากวาดถนน ลอกท่อระบายน้ำตัดกิ่งไม้ เสี่ยงภัยต่างๆ ผมว่างบกลางน่าจะใส่ตรงนี้เข้าไปแต่ไม่มี”

“แต่เมื่อมาดูของคณะกรรมการกลางข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น โดนนายกฯ ได้เซ็นเห็นชอบให้ท้องถิ่นสามารถ ปรับเพิ่มเงิน ค่าเสี่ยงภัย สุขภาพ สำหรับพี่น้องพนักงานจ้างท้องถิ่น ขวัญกำลังใจผู้ปฏิบัติงานด่านหน้า” นายสุทธิชัยกล่าว
จากนั้นไล่เรียง ‘อัตราค่าเพิ่ม’ ซึ่งมีทั้งงานกวาด การเก็บขน ยาเสพภัยต่างๆ ก็ควรเพิ่ม 2,500 – 3,000 บาทอย่างน้อยบวกไปอีก 1,000 บาท เป็นขวัญกำลังใจ แต่คนใน กทม.ของเรายังไม่ได้ตรงนี้

“เชื่อไหมว่าผมเดินไป เขาจะเรียกผม บอกว่า ‘เงินค่าเสี่ยงภัยของพวกผมจะได้ไหม? เห็นเฮียล้านอภิปรายในสภาฯ’ ยื่นญัตติไป 2 รอบ และรองผู้ว่าฯ ปลายสมัยก่อนหมดวาระ ก็ได้ยืนยันว่า ตั้งกรรมการพิจารณาในเรื่องนี้แล้ว เห็นความสำคัญ ท่านก็ตอบอย่างนั้น ถือโอกาสสอบถามว่า เราควรต้องดูแลข้าราชการของเราไหม
เงินเดือนต่ำ เห็นไหมต้องไปมุดท่อ เก็บขยะ บางทีเห็นร้องเรียนมาว่าทิ้งขยะแยกให้ผมหน่อยได้ไหม ทุเรียนเนี่ย เก็บแล้วตำมือ ทำยังไง ผมใส่ถุงมือก็ยังทะลุมือเลย คนกวาดโดนรถชนอยู่ประจำ”

นายสุทธิชัยชี้ว่า เวลามีลักษณะงานลูกจ้างเก็บขนมูลฝอย งานกวาดทำความสะอาด งานระบายน้ำแก้ไขปัญหาน้ำท่วม บุคคลเหล่านี้เป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของสำนักงาน เขตสำนักระบายน้ำ ที่จะต้องมาแก้ไขปัญหา ตามผู้บังคับบัญชาสั่ง จากผู้ว่าฯ ลงมาปลัดกทม. รองผู้ว่า สำนัก สำนักงานเขต ฝ่ายโยธา เขาก็ปฏิบัติตาม

“แต่ว่าท้ายที่สุดเขาก็ยังได้เงินเหมือนเดิม ตัดต้นไม้ตกลงมาไม่มีใครดูแล นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้น อยากจะฝากท่านประธานไปยังผู้บริหารกทม. ว่าช่วยพิจารณาตั้งคณะกรรมการในเรื่องนี้ เพื่อให้สัมฤทธิ์ ลุล่วงไปด้วยดี เราช่วยคนกทม. งานเขาหลักเงินเดือนน้อย เข้าไปใหม่ๆ ลูกจ้างชั่วคราว 8,000-9,000 บาท ลูกจ้างประจำสูงสุดก็ไม่เกิน 22,000 บาทประมาณอย่างนั้น และที่สำคัญที่สุดคือ ‘เป็นลูกจ้างประจำยากมาก’ บางคน 20 ปียังไม่ได้เป็นเลย จริงๆนะ ผมว่าต้องมาดูเรื่องนี้เหมือนกัน

เป็นเพราะว่าไม่เข้าถึงผู้บังคับบัญชาหรือเปล่า ผมไม่แน่ใจ แต่ 20 ปี ไม่ได้เป็นลูกจ้างประจำ ของกรุงเทพมหานคร นี่คือคุณภาพชีวิต ของพนักงานความสำคัญ”
แต่ผู้ว่าฯ อย่าลืมเรื่องนี้ ผมฝากด้วย เรามาช่วยกัน สร้างขวัญกำลังใจ สร้างสวัสดิการให้กับผู้มีรายได้น้อย เป็นลูกจ้างของกรุงเทพฯ ฝนตกน้ำท่วมก็ต้องออกไปลุยไปทำ ไม่ได้ตั้งงบประมาณในเรื่องนี้” นายสุทธิชัยชี้




